BLOG

เดิมพันขวาพิฆาตซ้ายในเลือกตั้งฝรั่งเศส
21 เมษายน 2560 เวลา 15:42 น.
เดิมพันขวาพิฆาตซ้ายในเลือกตั้งฝรั่งเศส
เดิมพันขวาพิฆาตซ้ายในเลือกตั้งฝรั่งเศส

พรรณิการ์ วานิช

นักข่าวและพิธีกร iASEAN/ Tonight Thailand/ Voice World Wide

อีกเพียง 2 วันก็จะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ไม่เพียงเป็นการกำหนดอนาคตชาวฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนภูมิทัศน์การเมืองยุโรปและโลก ว่าฝ่ายขวาจัดและกระแสต่อต้านผู้อพยพจะยังมาแรงต่อไปหรือไม่

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะมีขึ้นในวันที่ 23 เมษายนนี้ และคาดว่าจะต้องมีการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพราะไม่น่าจะมีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งในรอบแรก เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งจะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 7 พฤษภาคม หรืออีก 2 สัปดาห์ถัดไป

มารีน ลูแปน ผู้สมัครพรรคขวาจัด ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงแรกของการหาเสียง แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับนายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครสายกลางซ้าย ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง

ศึกเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ทั่วโลกจับตามอง เนื่องจากผู้สมัครฝ่ายขวาจัด นางมารีน ลูแปน มีคะแนนนิยมนำหน้าพรรคอื่นๆมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยมีมาก่อนในยุโรป ที่พรรคสายสุดโต่งจะได้รับคะแนนนำโด่งเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง นางลูแปนถูกนายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระสายกลางซ้ายทำคะแนนตีตื้นขึ้นมา จนกลายเป็น 2 ตัวเต็ง และทำให้หลายฝ่ายมองว่าการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบนี้น่าจะคล้ายกับที่เกิดขึ้นในเนเธอแลนด์เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งหัวหน้าพรรคขวาจัดมีคะแนนนำในโพล แต่สุดท้าย นายกฯสายกลางขวาก็สามารถรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้


มาครงมาแรงแซงโค้งสุดท้ายในโพล

เอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครตัวเต็ง ที่อายุน้อย หน้าตาหล่อเหลา และเป็นผู้สมัครอิสระ นโยบายสายกลางค่อนไปทางเสรีนิยมของเขา ได้ใจคนรุ่นใหม่ในฝรั่งเศสที่เบื่อหน่ายนักการเมืองหน้าเก่า

โพลล่าสุดชี้ว่าผู้สมัครแต่ละคนมีคะแนนเกาะกลุ่มกัน คือลูแปน ได้ร้อยละ 21.5 และมาครงร้อยละ 24 ในขณะที่นายฟงซัวส์ ฟิยง จากพรรคอนุรักษ์นิยม ได้ร้อยละ 20 ซึ่งทำให้ผู้ที่จะผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบ 2 คือลูแปนกับมาครง แต่ผลสำรวจก็ระบุอีกว่าหากประชาชนต้องเลือกระหว่างผู้สมัคร 2 คนนี้ ชาวฝรั่งเศสกว่า 2 ใน 3 หรือร้อยละ 65 จะตัดสินใจเลือกมาครง ซึ่งมีจุดยืนประนีประนอมสายกลางกว่าลูแปน


มาดามเฟรกซิท

กราฟิตีบนป้ายหาเสียงของมารีน ลูแปน ในกรุงปารีส เธอเป้นที่นิยมในหมู่คนฝรั่งเศสขวาจัด แต่ก็ถูกเกลียดชังอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่หัวเสรี

นโยบายของผู้สมัคร 2 คนนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน นางลูแปนประกาศว่าตัวเองเป็น "มาดามเฟรกซิท" หรือผู้ที่จะนำฝรั่งเศสออกจากอียู โดยฉวยโอกาสที่ชาวฝรั่งเศสกำลังรู้สึกไม่พอใจกับการที่มีผู้อพยพลี้ภัยไหลบ่าเข้าประเทศมากเกินไป บวกกับปัญหาเศรษฐกิจซบเซา โหนกระแสชาตินิยม ต่อต้านมุสลิม และยังประชานิยมด้วยการจะตัดภาษีครัวเรือน และเพิ่มสวัสดิการสังคมด้วย นอกจากนี้ นางลูแปนยังประดิษฐ์คำใหม่อย่าง Intelligent Protectionism และ Economic Patriotism ซึ่งโดยรวมแล้วก็หมายถึงการกีดกันการค้า ไม่ต่างจากนโยบาย America First ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ นางลูแปนยังบอกว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศร้อยละ 3 อีกด้วย

แม้จะมีนโยบายสุดโต่งเช่นนี้ แต่นางลูแปนก็ยังมีคนนิยมชมชอบไม่น้อย เนื่องจากผลสำรวจล่าสุดพบว่าคนฝรั่งเศสถึงร้อยละ 53 รู้สึกว่าการรับผู้ลี้ภัยเป็นภาระทางสังคม และร้อยละ 33 มองว่าโลกาภิวัตน์เป็นภัยคุกคาม แม้คนเกือบร้อยละ 70 จะยังต้องการอยู่ในอียูต่อไปก็ตาม


En Marche!

นายมาครงถ่ายเซลฟี่กับผู้สนับสนุนอย่างเป็นกันเอง เขาเป้นที่นิยมในหมู่คนผิวสีและมุสลิมในฝรั่งเศส เนื่องจากมีนโยบายเสรี เปิดกว้างต่อผู้อพยพ

ส่วนนายมาครง เจ้าของแคมเปญ En Marche! หรือ "Let's Move!" เป็นผู้สมัครที่เคยเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคฝ่ายซ้ายก็จริง แต่จุดยืนทางการเมืองของเขามีความสายกลางและค่อนมาทางขวามากขึ้น เน้นการปฏิรูปประเทศตามแนวทางเสรีนิยม เขาส่งเสริมการลดบทบาทของรัฐให้น้อยที่สุด ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี แต่เขาสนับสนุนการอยู่ในอียูของฝรั่งเศสอย่างชัดเจน และส่งเสริมบทบาทของอียูในการเข้ามาควบคุมนโยบายการคลังและสังคมของประเทศ รวมถึงการจัดสรรโควต้าผู้อพยพ โดยเขาไม่ต่อต้านการรับผู้อพยพลี้ภัยตามนโยบายของอียู

ส่วนนโยบายด้านการค้า นายมาครงส่งเสริมการค้าเสรี และการดำเนินข้อตงลงการค้ากับต่างชาติ แต่ก็เชื่อมั่นในการปกป้องธุรกิจของประเทศตามแนวทางอียู โดยยืนยันว่าอียูจะต้องมีกลไกป้องกันการเข้ามามีอิทธิพลในยุโรปของบริษัทต่างชาติ ในอุตสาหกรรมที่เป็นรายได้หลักของยุโรป


ก่อการร้าย ตัวแปรสำคัญในการเลือกตั้ง

รอยกระสุนจากเหตุยิงตำรวจเสียชีวิตบนถนช็องเซลีเซ ฝีมือกลุ่มก่อการร้าย IS เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 2 วันก่อนถึงการเลือกตั้ง ทำให้ฝรั่งเศสตกอยู่ในความหวาดกลัวอีกครั้ง

หากนายมาครงได้เป็นผู้นำใหม่ของฝรั่งเศสจริงตามผลโพล ก็มีแนวโน้มว่ายุโรปจะยังเป็นเสาหลักของโลกเสรีได้ในยุคที่สหรัฐฯหันขวาภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ แต่หากโพลพลิก นางลูแปนชนะ ซึ่งอาจเป็นได้ ในเมื่อเกิดการก่อการร้ายติดๆกันหลายครั้งในฝรั่งเศสก่อนถึงวันเลือกตั้ง จนเกรงกันว่าประชาชนจะเริ่มหวั่นกลัว และหันไปเลือกผู้นำที่มีนโยบายเด็ดขาดในการปราบปรามการปก่อการร้าย ก็น่าจับตามองว่าโลกในยุคขวาจัดจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และการเป็นปฏิปักษ์กันระหว่างโลกมุสลิมและตะวันตก ก็จะยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

ARCHIVE BLOG

หมุดประวัติศาสตร์=อำนาจประชาชน

หมุดประวัติศาสตร์=อำนาจประชาชน

กรณีหมุดคณะราษฎรหาย กลับสร้างคุณูปการต่อประวัติศาสตร์ไทยอย่างไม่น่าเชื่อ…
ส่องท่อน้ำเลี้ยงเกาหลีเหนือ

ส่องท่อน้ำเลี้ยงเกาหลีเหนือ

หากจะกำจัดใครอย่างถาวร ถอนรากถอนโคน ต้องจัดการที่ท่อน้ำเลี้ยง ตรรกะนี้ไม่ได้ใช้แค่ในไทย…
จับตาประเด็นใหญ่บนโต๊ะเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง

จับตาประเด็นใหญ่บนโต๊ะเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง

ในวันนี้ (7 เมษายน) ประธานาธิบดีสหรัฐฯและจีนจะพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก…
ถึงยุค Online Banking ครองโลก

ถึงยุค Online Banking ครองโลก

คนยุคใหม่ มีสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการใช้ออนไลน์แบงกิง…
จีนอินเทรนด์ คุมแอพฯแชร์จักรยาน

จีนอินเทรนด์ คุมแอพฯแชร์จักรยาน

ยังไม่เสร็จหน้านาก็ฆ่าโคถึกเสียแล้ว ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนปลาบปลื้มกับการที่แอพฯแชร์จักรยานในประเทศเฟื่องฟู…

WORLD

สไนเปอร์แคนาดาทำลายสถิติโลก สังหารไอเอสที่ระยะ 3,450 ม.
สไนเปอร์แคนาดาทำลายสถิติโลกยิงสังหารสมาชิกไอเอสที่ระยะ 3,450 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ไกลกว่าสถิติโลกก่อนหน้าของสไนเปอร์อังกฤษเกือบ 1,000 เมตร
TOP
NOW :