ไม่พบผลการค้นหา
คลังเผยยอดผู้ลงทะเบียนร่วมโครงการบ้านดีมีดาวน์วันแรก 49,511 ราย จากทั้งหมด 5 แสนสิทธิ์ ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขระหว่างทาง หวังกระตุ้นการตัดสินใจซื้อคนอยากมีบ้าน ปลุกแบงก์เร่งปล่อยเงินกู้ เพิ่มรอบการหมุนทางเศรษฐกิจทั้งซัพพลายเชนในภาคอสังหาฯ ช่วยระบายสต็อก 2.7 แสนหน่วย

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดลงทะเบียนโครงการบ้านดีมีดาวน์ในวันแรก (11 ธ.ค. 2562) ระบบมีความพร้อมในการรองรับการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.บ้านดีมีดาวน์.com เป็นอย่างดี 

โดยพบว่า เพียงครึ่งวันเช้า มีผู้ลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 40,906 ราย และจนจบวัน (ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 8.00-18.00 น. พบว่า มีผู้ลงทะเบียนวันแรกทั้งสิ้น 49,511 ราย

อย่างไรก็ดี ระบบจะใช้เวลาตรวจสอบการลงทะเบียนในเวลา 3 วันทำการ และจะส่ง SMS แจ้งผลการตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับผู้ลงทะเบียนว่าเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ ซึ่งสำหรับผู้ลงทะเบียนในวันที่ 11 ธ.ค. 2562 จะได้รับ SMS แจ้งว่าผ่านตรวจสอบไม่เกินวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. นี้ เพื่อให้ผู้ผ่านการตรวจสอบและร่วมโครงการ สามารถนำ SMS ไปแสดงต่อสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ เพื่อแสดงตน

สำหรับ ผู้สนใจร่วมโครงการต้องของการกรอกข้อมูลหน้าเว็บไซต์ที่ลงทะเบียนมีเพียงข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่ เลขประจำตัว 13 หลัก ชื่อ-สกุล ว/ด/ป เกิด รหัสหลังบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์มือถือและ E-mail

"โครงการนี้ เปิดให้ลงทะเบียนได้ทุกวันตั้งแต่ 11 ธ.ค. 2562-31 มี.ค. 2563 ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น และในช่วงแรกกำหนดรับลงทะเบียน 500,000 รายก่อน ซึ่งแน่นอนว่า ในจำนวนต้องรอการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินด้วย อย่างไรก็ตาม โครงการพร้อมปรับเปลี่ยนระหว่างทางได้ หากเห็นว่าปรับแล้วจะทำให้ดีขึ้น" นายลวรณ กล่าว

บัตรประชาชน.jpg

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิยังคงเดิมเหมือนการลงทะเบียนในโครงการชิมช้อปใช้ คือ

1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2) เป็นผู้อยู่ในระบบฐานภาษีกรมสรรพากรและมีเงินได้ในปีภาษี 2561 ไม่เกิน 1,200,000 บาท

3) เป็นผู้ที่มีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก โดยหลังลงทะเบียนระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติรอบแรกตามข้อ 1) – 3) และแจ้งผลการตรวจสอบทาง SMS

4) เป็นผู้ที่ขอสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้แก่ 4.1) เป็นผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและจดจำนองแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2562 ถึง 31 มี.ค. 2563 4.2) เป็นการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้จัดสรรตามกฎหมายและ 4.3) ไม่ใช่การกู้เพื่อ refinance โดยสามารถขอสินเชื่อได้จากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการตามรายชื่อสถาบันการเงินที่แสดงอยู่บนเว็บไซต์ www.บ้านดีมีดาวน์.com โดยผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ 100,000 คนแรก จะเป็นผู้ได้รับสิทธิจะได้รับเงินสนับสนุน 50,000 บาท

"ระหว่างทางถ้าทำให้ดีขึ้น เรายินดีปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเงื่อนไข แต่วันนี้ ซึ่งเป็นวันแรกของการลงทะเบียน ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดี การลงทะเบียนก็ไม่ยาก เพียงเข้าเว็บไซต์บ้านดีมีดาวน์.คอม แล้วใส่ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน เลขหลังบัตร แล้วรอการยืนยันผ่าน sms ซึ่งก็ไม่เกิน 3 วันทำการ เช่น รอบแรกวันนี้ ก็จะได้รับการยืนยันไม่เกินวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค.นี้" นายลวรณ กล่าว

พร้อมกับ กล่าวว่า โครงการบ้านดีมีดาวน์เป็นโครงการที่จะช่วยผู้ที่อยู่ระหว่างตัดสินใจซื้อบ้านให้สามารถตัดสินใจซื้อบ้านได้เร็วขึ้น โดยโครงการนี้เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐที่สนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งเป็นการช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่าจะช่วยระบายสต็อกที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จแล้วและใกล้แล้วเสร็จและรอการขายในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 270,000 หน่วย เพื่อก่อให้เกิดการลงทุนใหม่และส่งผลดีต่อเนื่องไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Supply Chain) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ลวรณ แสงสนิท-ผู้อำนวยการ-สศค.
  • ลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

อีกทั้ง ในช่วงแรกตั้งไว้ว่าจะรับลงทะเบียน 500,000 ราย เพื่อดูว่า มีผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการมากน้อยขนาดไหน เพราะการตัดสินใจซื้อบ้านไม่ได้เหมือนการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ดังนั้นจึงมีเปิดลงทะเบียนจำนวนนี้ และเขาต้องไปไปยื่นขอสินเชื่อ ให้ได้ก่อน ทางการจึงจะให้สิทธิคืนเงินดาวน์ 50,000 บาท ซึ่งถือเป็นเงินปลายมือ ที่มีจำกัด 100,000 ราย จาก 500,000 รายทีี่เปิดให้มาลงทะเบียนร่วมโครงการ

"ยอดลงทะเบียนไม่น่าจะวิ่งเร็ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็จะทำให้สถาบันการเงินต้องทำการบ้าน เพื่อพิจารณาสินเชื่อให้ผู้ขอยื่นกู้ตามโครงการเร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นเขาอาจเสียโอกาสได้ลูกค้าให้กับแบงก์อื่น เราจึงคาดหวังว่าโครงการนี้ จะกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน พร้อมกับกระตุ้นการตัดสินใจซื้อบ้านของผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยให้เร็วขึ้นด้วย เพราะนอกจาก 100,000 รายแรกจะได้เงินติดปลายมือ 50,000 บาทแล้ว เขายังเข้าโครงการสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยถูก และจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่น้อยลงตามมาตรการที่ออกไปก่อนหน้านี้ด้วย ตอนนี้จึงนับเป็นนาทีทองของคนอยากมีบ้านจริงๆ " นายลวรณ กล่าว

ส่วนที่มีการทวงติงว่า มีที่อยู่อาศัยรอการขาย (สต็อก) ในระบบกว่า 270,000 หน่วยในปัจจุบัน ซึ่งในภาวะปกติต้องใช้เวลาระบายสต็อกเกือบ 2 ปีนั้น นายลวรณ ให้ความเห็นว่า การทำมาตรการตรงนี้ ก็เพื่อให้ทั้งคนไทยมีบ้าน และระบายสต็อกอสังหาริมทรัพย์ โดยคิดคราวๆ ว่า หากมีการซื้อขายที่พักอาศัยเกิดขึ้น ประมาณ 50,000 หน่วย ก็จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ถึง 2 แสนล้านบาท ส่งผลต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) ของอุตสาหกรรมที่เกิดประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการอสังหาฯ แต่ยังหมายถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ แรงงานต่างๆ ด้วย

ที่อยู่อาศัยค้างสต็อกกว่า 2 แสนหน่วย ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปีระบายหมด

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 ว่า ผู้ประกอบการยังระมัดระวังเปิดโครงการที่พักอาศัยโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่องจาก หลังจากปี 2562 ลดลงร้อยละ 13.6 และคาดว่า ปี 2563 จะลดลงร้อยละ 1.9-0.1 ขณะเดียวกัน ยังมียอดสะสมที่อยู่อาศัยรอการขายในระดับสูงถึงเกือบ 2 แสนหน่วย ซึ่งประมาณร้อยละ 50 เป็นที่อยู่อาศัยในราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

อสังหาริมทรัพย์

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 ฝั่งผู้ประกอบการยังชะลอการเปิดโครงการใหม่ ส่วนผู้ซื้อชะลอการซื้อ ตามความสามารถการซื้อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และสำหรับปี 2562 คาดว่าจะมียอดที่อยู่อาศัยรอการขายสะสมแตะ 2 ล้านหน่วย ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึง 2 ปีขึ้นไปหรือนานกว่านั้นกว่าจะระบายหมด

เกวลิน หวังพิชญสุข-ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
  • เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

"สถานการณ์แบบนี้ แม้ดอกเบี้ยจะเป็นขาลง หรือมีมาตรการสนับสนุนภาคอสังหาฯ เช่น ลดค่าธรรมเนียมโอนจดจำนองออกมาก็ตาม ก็ยังมองว่าราคาอสังหาฯ ในปีหน้า ก็จะไม่ปรับลดลง แต่จะมีอัตราเพิ่มที่อยู่ในระดับชะลอตัวลง ส่วนผู้ประกอบการก็จะมีโปรโมชั่นหรือส่วนลดต่างๆ เพื่อจูงใจผู้ซื้อ ซึ่งในอีกด้านหนึ่งก็เท่ากับการปรับลดราคาได้" น.ส.เกวลิน กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :