ไม่พบผลการค้นหา
ท่าทีที่ขึงขังของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ที่ได้กล่าวถึงสิ่งที่เป็นกังวลที่สุด คือ การละเมิดสถาบันฯ โดยเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมและตั้งใจจะพูดในเรื่องนี้ พร้อมสวม ‘แหวนพญาครุฑ’ เพียงวงเดียว หลัง 1 เดือนที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวต่างๆเกิดขึ้น จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีเช่นนี้

เพราะรัฐบาลเองก็ถูกวิจารณ์ถึงการดูแลภาพรวมของสถานการณ์ให้เรียบร้อย อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการเคลื่อนไหวในห้วงเวลานี้ เพราะในสัปดาห์หน้าจะครบ 88 ปี 24 มิ.ย.2475

“ในส่วนที่มันเกิดขึ้น ต้องดูว่าเขาต้องการอะไร แล้วจะไปสนใจหรือเผยแพร่ทำไม ก็รู้อยู่ว่าที่ออกมาเคลื่อนไหวหนักในช่วงนี้เพราะอะไร ใกล้วันอะไรซักอย่างหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ย้อนกลับกรณีที่สังคมให้ความสนใจคือการหายตัวไปของ ‘ต้าร์-วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาชี้แจง เพราะรัฐบาลถูกตั้งคำถามว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะ ‘ต้าร์-วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ ต้องไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชา เมื่อถูก คสช. เรียกรายงานตัว หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 แต่ไม่ได้มารายงานตัว จึงถูกตั้งข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ตามที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้ระบุไว้ พร้อมเปิดเผยว่า ‘ต้าร์-วันเฉลิม’ มีความผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พร้อมยืนยันว่าไม่มีความผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

กรณีของ ‘ต้าร์-วันเฉลิม’ ทำให้สังคมจับตาไม่น้อย ไม่ใช่แค่กลุ่มการเมืองที่ต่อต้าน คสช.เดิม แต่มาถึงวงการบันเทิงและเซเลบทางสังคม ที่หลายคนก็ตั้งคำถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จนมีการมองว่าจะเป็น ‘น้ำผึ้งหยดเดียว’ หรือไม่

อีกทั้งมีการทวงถามความรับผิดชอบจากรัฐบาล ในฐานะที่ ‘ต้าร์-วันเฉลิม’ ก็เป็นพลเมืองไทยที่ต้องได้รับการคุ้มครอง รวมทั้งความเคลื่อนไหวของรัฐสภา ผ่าน กมธ.กฎหมายฯ ในฝั่ง ส.ส. แน่นอนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทราบว่า ‘ต้าร์-วันเฉลิม’ คือใคร พร้อมทั้งปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหายตัวไป

“กล่าวอ้างกันว่าส่งคนไปทำโน่นทำนี่ อยากถามว่าจะทำได้อย่างไรในต่างประเทศ กฎหมายประเทศนั้นก็มีอยู่ ใครจะกล้าเข้าไปทำ ซึ่งคนที่เข้าไปอยู่ที่นั่น เพราะเขาทำความผิดในประเทศไทยซึ่งเป็นความผิดเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่รู้ไปทำไม เพราะคดีเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่ง คสช. ได้เรียกตัวมาก็ไม่มาแต่กลับหนีไป แล้วไปด่าคนนั้นคนนี้อยู่ข้างนอก และไปทำธุรกิจอะไรก็ไม่รู้ โดยทางกัมพูชาก็พร้อมถ้ามีใครไปแจ้งความร้องทุกข์ เขาก็สอบสวนให้ซึ่งตอนนี้ก็ได้แจ้งมาแล้วว่ากระทรวงต่างประเทศคุยกันอยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

แกลลอลี่ saveวันเฉลิมหน้าสถานฑูตกัมพูชา วันเฉลิม  สมยศ ๐๐_1.jpg

อีกความเคลื่อนไหว ‘สมยศ พฤกษาเกษมสุข’ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ‘เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์’ พร้อมแกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เดินทางมาชุมนุมหน้าสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อให้ติดตามข้อเรียกร้องที่ขอให้รัฐบาลกัมพูชาช่วยเร่งคลี่คลายคดีการอุ้มหาย ‘ต้าร์-วันเฉลิม’ ในส่วนญาติ ‘ต้าร์-วันเฉลิม’ อยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อมอบอำนาจทนายความประเทศกัมพูชา ดำเนินการติดตามและให้ข้อมูลหลักฐานทั้งหมดกับทางตำรวจกัมพูชาเพื่อให้ช่วยคลี่คลายคดีนี้

กรณีของ ‘ต้าร์-วันเฉลิม’ มีการพูดถึงในขบวนการผู้ที่ได้และไม่ได้สถานะลี้ภัยในต่างประเทศ ผ่านโซเชียลฯของแต่ละคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เคลื่อนไหวในยุโรป-สหรัฐฯ ซึ่งมีบางรายได้แสดงความเป็นห่วงผู้ลี้ภัยที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ในเรื่องของความปลอดภัย เกิดแนวคิดที่แตกแยกระหว่างผู้ลี้ในแถบยุโรป-สหรัฐฯกันเอง ที่อยู่ในสภาวะต่างคนต่างเดิน การเคลื่อนไหวในต่างประเทศได้ใช้วิธี ‘ขยายผล’ มายังไทยผ่านโซเชียลฯ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปของการเคลื่อนไหวในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา นับจากเหตุการณ์ยุคปี 2552- 2553

นศ.ชูป้ายตามหาคนถูกบังคับสูญหาย วันเฉลิมและผู้ลี้ภัยการเมือง

หลังแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ โดยมีเครือข่ายทางโซเชียลมีเดียที่จะแชร์และโพสต์และทวีตภาพและข้อความต่างๆ

ซึ่งพลังของโซเชียลฯสามารถเข้าไปถึงผู้คนที่หลากหลาย เปรียบเป็น ‘โลกไร้พรมแดน’ โดยเฉพาะ ‘คนรุ่นใหม่’ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เองเห็นถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยกล่าวเตือนนิสิต-นักศึกษาในการรับสื่อและการแสดงทัศนคติต่างๆที่อาจส่งผลต่ออนาคต

“ลูกหลานของท่าน ประเทศไทยไม่เหมือนไม่ได้เปลี่ยนแปลงประเทศโดยใช้ความรุนแรงเหมือนประเทศอื่นต้องศึกษาดูด้วย ทุกคนมีพฤติกรรมเหล่านี้มา วันหน้าทำงานยาก บริษัทห้างร้านก็จะไม่ต้องการคนแบบนี้ จะทำอะไรกิน ห่วงเขาตรงนี้ต่างหาก ซึ่งเขาเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ที่คนชักนำเขาต่างหาก อยู่ที่สื่อจะช่วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

ถือเป็น ‘สัญญาณสำคัญ’ ของรัฐบาลในการจับตากลุ่มเคลื่อนไหวทั้งในและต่างประเทศ หากจับ ‘คำพูด’ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ในการให้สัมภาษณ์ที่ใช้คำอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับสื่อสารไปยังกลุ่มที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ ยิ่งตอกย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ติดตามสถานการณ์เช่นกัน

ประยุทธ์ โควิด ดิสทัต 16100649000000.jpg

“อะไรที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ก็คือต่างประเทศ ใครจะกล้าเข้าไปทำอะไรแบบนั้นได้  ส่วนในประเทศไทยที่ยังเคลื่อนไหวกันก็ยังไม่มีใครทำอะไรซักคน ซึ่งกฎหมายมีอยู่หลายตัว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังต่างประเทศ แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับการตอบรับทั้งหมด ในการส่งตัวกลับมา เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องข้อกฎหมาย

“บางคนมีสถานะขอลี้ภัย คนเหล่านี้ควรสำนึกว่าอยู่ประเทศเขาแล้วไม่ควรทำอะไร วันข้างหน้าจะปัญหาอีกถ้าประเทศนั้นไม่ให้อยู่ก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนอีก ก็สงสารนะในฐานะคนไทย ตนไม่ใช่คนใจร้ายจะฆ่าแกงได้อย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งหมดนี้จึงต้องจับตาบทบาทของรัฐบาลต่อกลุ่มที่เคลื่อนไหวทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการดูแลภาพรวมในประเทศ

โดยเฉพาะโซเชียลมฯ ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างอิสระ มีจำนวนมาก รวมทั้งเป็นร่างนิรนามอีกด้วย เพราะกฎหมายมีอยู่หลายตัวตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ปริศนา ลายพราง
101Article
0Video
26Blog