BLOG

เปิดผลงานคุมทัพ 'ช้างศึก'ปี60 ภายใต้กุนซือ 'ราเยวัช'
12 ตุลาคม 2560 เวลา 19:45 น.
เปิดผลงานคุมทัพ 'ช้างศึก'ปี60 ภายใต้กุนซือ 'ราเยวัช'

ชนะ 3 นัด  แพ้ 3 นัด เสมอ 2 นัด คือผลงานการคุมทีมชาติไทยของ "มิโลวาน ราเยวัช" หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย หรือ เฮดโค้ชช้างศึกชุดใหญ่ ตลอดปี 2560

โค้ชมิโล่ หรือ น้าวัช ตามที่สื่อเรียกขาน เข้ามากุมบังเหียนทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 ขณะลุยศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ต่อจาก โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หลังทำทีมชาติพ่ายต่อทีมชาติญี่ปุ่นคาสนามไซตามะ ด้วยสกอร์ 4-0 ทำให้ตกอยู่อันดับบ๊วยของกลุ่ม

"ราเยวัช" วัย 63 ปีมีดีกรีเป็นถึงอดีตกุนซือทีมชาติกาน่า เคยพาทีมชาติกาน่าทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ด้วยเกมรับที่เหนียวแน่น เน้นผลการแข่งขัน

ประสบการณ์ของ "กุนซือ"ชาวเซอร์เบียผู้นี้ ถือว่าไม่ธรรมดา

จนผลงานเข้าตา พล.ต.อ.สมยศ พุ่นพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้มารับศึกคุมทีมชาติขณะอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ ส่อตกรอบ12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย เป็นทีมแรก

"ราเยวัช" ประเดิมคุมช้างศึกด้วยการบุกไปอุ่นเครื่อง อุซเบกิสถาน ( fifa ranking 69 ) ซึ่งกำลังลุ้นไปบอลโลกอยู่อีกกลุ่ม

ผลงานนัดแรกของ "โค้ชมิโล่" พ่ายให้อุซเบกิสถาน ด้วยสกอร์ 2-0

นัดที่ 2 ไทยประเดิมแมตช์เป็นทางการ ในศึกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือน "ยูเออี" ซึ่งไทยเคยบุกไปพ่ายมานัดแรก 3-1 

การคุมทีมของ "ราเยวัช" อย่างเป็นทางการสามารถยิงขึ้นนำให้กับ "ไทย"ได้ก่อน 

แต่ผลสกอร์กลับจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 พลาดการได้ 3 แต้มประวัติศาสตร์ในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายโซนเอเชียอย่างน่าเสียดาย ทำเอาแฟนบอลช้างศึกต้องอดทนรอต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้ฝ่าด่านทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายโซนเอเชียอีกครั้งหรือไม่

เราจะลองไปดูผลงาน "ช้างศึก" ทั้ง 8 นัดภายใต้การคุมของ กุนซือชาวเซิร์บ

- 6 มิถุนายน 2560  แพ้ อุซเบกิสถาน 2-0 (เยือน) กระชับมิตร 
- 13 มิถุนายน 2560 เสมอ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 (เหย้า) ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 
- 14 กรกฎาคม 2560 ชนะ เกาหลีเหนือ 3-0 (เหย้า) คิงส์คัพ
- 16 กรกฎาคม 2560 เสมอ เบลารุส 0-0 (เหย้า) คิงส์คัพ
- 31 สิงหาคม 2560 แพ้ อิรัก 1-2 (เหย้า) ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก
- 5 กันยายน 2560  แพ้ ออสเตรเลีย 2-1 (เยือน) ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก
- 5 ตุลาคม 2560 ชนะ เมียนมาร์ 3-1 (เยือน) กระชับมิตร
- 8 ตุลาคม 2560 ชนะ เคนย่า 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร

พร้อมทั้งพาทีมชาติไทยป้องกันแชมป์ 1 รายการ คิงส์คัพ 2017

8 นัดการคุมทีมของกุนซือชาวเซิร์บ ส่งผลให้ทีมชาติไทยที่เคยมีเกมรับเป็น "บ่อน้ำมัน"ก่อนหน้านี้เมื่อเจอทีมเกรดเอ ระดับทวีปเอเชีย ทำให้เสียประตูสูงสุดต่อนัดเพียง 2 เม็ดเท่านั้น

เมื่อรวมค่าเฉลี่ยที่ "โค้ชมิโล่" คุมทีมชาติไทย จะเห็นได้ชัดเจนว่า ผลงาน  8 นัด ยิงได้ 10 ประตู  เสีย 8 ประตู หรือมีผลต่างประตูได้ - เสีย  เท่ากับ +2 

ค่าเฉลี่ยการยิงประตูในยุค "มิโลวาน" ส่งผลให้ทีมชาติ เฉลี่ยยิงประตู นัดละ 1.25 ประตู

ส่วนค่าเฉลี่ยเกมรับในการเสียประตูคือ 1 ประตูต่อนัด

สำหรับนักเตะในยุค "มิโลวาน" ที่มักยิงประตูให้ทีมชาติไทยมากที่สุด ตลอด 8 นัด

อันดับ 1  มงคล ทศไกร  ครองดาวซัลโวยิง 3 ประตู
อันดับ 2 ธีรศิลป์ แดงดา  ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์  ยิง 2 ประตู

ในฐานะแฟนฟุตบอลทีมชาติคนหนึ่ง ที่ชมทั้งในจอโทรทัศน์และไปชมถึงขอบสนามราชมังคลาฯ ต้องบอกว่า จุดแข็งของ กุนซือเซิร์บคนนี้ คือ "เกมรับ"

ในยุคใหม่ของ "ขุนพลช้างศึก" เกมรับดูเหนียวแน่นขึ้นกว่าเดิม ทว่าปัญหาเกมรุกที่ต้องแก้ไข ก็คือการจบสกอร์เมื่อเล่นจังหวะสวนกลับยังไม่คมเท่าที่ควร

เริ่มต้นศักราช ปี 2561  "โค้ชมิโล่" ต้องการที่จะทดลองฝีเท้าให้กับทีมชาติไทยด้วยการออกไปเก็บตัวเพื่ออุ่นแข้งกับทีมชาติในทวีปยุโรป  ซึ่งจะได้พบกับทีมที่กระดูกแข็งกว่าไทยมากขึ้น และตั้งเป้าทำคะแนน fifa ranking ให้ดีขึ้น (ทีมชาติไทย fifa ranking 137)

ที่สำคัญยังเป็นการเก็บตัวเพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่รายการใหญ่ เอเชียนคัพ 2019 ที่ยูเออีเป็นเจ้าภาพด้วย ซึ่ง "ไทย" ได้เข้าร่วมรายการนี้อัตโนมัติ ในฐานะแชมป์กลุ่มรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลกรอบสอง

ในฐานะแฟนฟุตบอลทีมชาติไทยคนหนึ่งที่ติดตามชมผลงาน "กุนซือมิโล่"มาตลอด คงต้องให้คะแนนสอบผ่านตลอด 8นัดที่ผ่านมา

แม้จะเป็น 8 นัดที่เริ่มต้น พร้อมวางแทกติคเน้นผลการแข่งขันเป็นหลัก  และเป็นการใช้โค้ชชาวต่างชาติครั้งแรกในรอบหลายปี

แต่ ปี 2561 จะเป็นงานหินของจริงของ "โค้ชชาวเซิร์บ" เพราะทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับทวีปเอเชีย "เอเชียนคัพ 2019" ใกล้เข้ามาทุกขณะ ซึ่งจะได้ต่อกรกับยอดทีมเอเชียต่อหลายทีม และที่สำคัญยังเป็นการเตรียมประสบการณ์เพื่อปฏิรูปทีมชาติไทยยุคใหม่ก่อนเข้าสู่ในเวทีฟุตบอลโลก ในครั้งหน้าด้วย

กุนซือทีมชาติไทย คือ ตำแหน่งที่คนทั้งประเทศคาดหวังไว้สูง น่าจะพอๆกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ

เพราะถ้าทำผลงานให้ดีก็คือเสมอตัว แต่ถ้าทำผลงานได้แย่ลง 

ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ เสียงโจมตีทั่วทุกสารทิศจากแฟนบอลชาวไทย 

ที่หนีไม่พ้นเลย คือ เสียงโจมตีแฟนบอลบนคีย์บอร์ดหรือนอกคีย์บอร์ดที่จะระดมรัวเป็นกระสุนเข้าใส่ไม่ยั้ง

ย้อนไปเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โค้ชต่างชาติที่ทำผลงานได้ดีให้กับทีมชาติไทย คือ "ปีเตอร์ วิธ" เพราะกุนซือชาวอังกฤษสามารถนำทัพช้างศึกยุคนั้นทะลุถึงรอบ 10ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย บอลโลก 2002 เก็บได้ 4 แต้ม แต่ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้สักนัด ซึ่งเป็นสถิติที่ยังไม่มีกุนซือช้างศึกคนใดทำลายได้จนถึงวันนี้

ขณะที่ความท้าทายของ "ราเยวัช" คือการปลุกปั้นให้ผลงานขุนพล "ช้างศึก" ต้องดีกว่ากุนซือคนก่อนๆ
 

อ่านเพิ่มเติม - 
ประวัติ มิโลวาน ราเยวัช
ประกาศ: แต่งตั้ง มิโลวาน ราเยวัช พร้อมทีมงานเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่

ภาพ - facebook FA Thailand
 

ARCHIVE BLOG

มหัศจรรย์ 'ซีเรีย' ประเทศสงครามใกล้คว้าตั๋วบอลโลก 2018

มหัศจรรย์ 'ซีเรีย' ประเทศสงครามใกล้คว้าตั๋วบอลโลก 2018

ฟุตบอลไม่มีเส้นแบ่งระหว่าง เชื้อชาติ และ ความขัดแย้ง เมื่อตัวแทนเอเชียกำลังบรรเลงเพลงฟาดแข้งเพื่อชิงตั๋วใบสุดท้ายไปฟุตบอลโลก…
TOP
NOW :