ไม่พบผลการค้นหา
As Seen Below – The Dome เดนมาร์กเปิด Skyspace ใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของ James Turrell ผลงานที่ศิลปินบอกว่าทะเยอทะยานสุดในชีวิต

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ในช่วงครีษมายัน หรือ Summer Soltice พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ARoS ในเมืองออร์ฮุส ประเทศเดนมาร์ก เปิดตัวผลงานถาวรชิ้นใหม่ที่ชื่อ As Seen Below – The Dome อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เมืองรอคอยมานานกว่าสิบปี และผลงานนี้ถูกยกให้เป็น Skyspace ที่ใหญ่ที่สุดของ James Turrell และตัวศิลปินเองก็ยอมรับว่ามันคือ Skyspace ที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เขาเคยสร้างมา

เจมส์ เทอร์เรล คือศิลปินชาวอเมริกัน เกิดที่ลอสแอนเจลิสในปี 1943 เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความเงียบและการใคร่ครวญภายใน ซึ่งเหล่านี้ได้กลายมาเป็นรากฐานความสนใจในเรื่องแสงของเขาตั้งแต่วัยเด็ก ต่อมา เทอร์เรล ได้ฝึกเป็นนักบินและใช้เวลาอยู่บนท้องฟ้ามาไม่น้อย ประสบการณ์การเห็นชั้นบรรยากาศที่เปลี่ยนสีสันและความกว้างใหญ่ไพศาลของท้องฟ้านั่นเองที่หล่อหลอมวิสัยทัศน์ทางศิลปะของเขาในเวลาต่อมา

เทอร์เรลเริ่มสร้างผลงานชุด Skyspace ชิ้นแรกในปี 1974 ที่ Panza Collection เมืองวาเรเซ ประเทศอิตาลี จากนั้นก็ขยายไปมากกว่า 26 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้เขายังเป็นที่รู้จักจากโปรเจกต์ระดับตำนานอย่าง Roden Crater ในรัฐแอริโซนา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1977

แนวคิดหลักของ Skyspace คือพื้นที่ปิดที่เจาะช่องเปิดบนเพดานให้เห็นท้องฟ้า เป็นแนวคิดเรียบง่ายแต่ให้ประสบการณ์เชิงลึก เทอร์เรล ทำงานกับแสงมากว่าห้าทศวรรษ บนความเชื่อที่ว่าแสงไม่ใช่แค่สิ่งที่มองเห็น แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถอยู่เข้าไปอยู่ภายในนั้นได้ ต่างจากศิลปินยุคเรอเนสซองส์ที่วาดแสงเพื่อสร้างมิติของพื้นที่บนภาพ ขณะที่เทอร์เรลใช้แสงจริงในพื้นที่จริง เพื่อพาผู้ชมเข้าไปอยู่ในงาน

ผลงานล่าสุดชองเขาอย่าง ‘As Seen Below – The Dome’ มีความสูงราว 16 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ทำให้หลายสำนักข่าวนำไปเทียบกับวิหารแพนธีออนในกรุงโรมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 43 เมตร ภายในโดมผู้ชมจะเดินผ่านทางเดินใต้ดินก่อนไปถึงห้องโดมขนาดใหญ่ ภายในมีแสงที่ปรับเทียบอย่างละเอียดอาบทั่วพื้นที่ ทำให้ช่องเปิดสู่ท้องฟ้าดูทั้งไกลสุดขอบฟ้าและใกล้ชิดในเวลาเดียวกัน และแน่นอนว่ามีที่นั่งเรียงรอบในโดมให้ผู้ชมได้หยุดพักสังเกตปฏิสัมพันธ์ระหว่างแสงและสี

ผลงานล่าสุดของเขานี้ต่างจาก Skyspace ทั่วไปคือขนาดที่ใหญ่มาก เพราะ Skyspace ส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์เดี่ยว แต่ชิ้นนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ร่วม ให้ผู้ชมหลายคนสัมผัสแสงไปพร้อมกันตามเวลาที่เปลี่ยนไป ทาง ARoS ระบุว่าจุดประสงค์คือเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างท้องฟ้าและโลก

เทอร์เรลกล่าวถึงผลงานชิ้นนี้ว่าเขาต้องการสร้างประสบการณ์ของการมองเห็นมากกว่าจะมอบภาพให้ผู้ชม โดยให้สถาปัตยกรรมโอบท้องฟ้าเข้ามาใกล้จนการมองกลายเป็นงานศิลปะเอง

ผลงานนี้เกิดจากความร่วมมือกว่าสิบปีระหว่าง เทอร์เรล ARoS และสำนักสถาปนิก Schmidt Hammer Lassen โดยทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่สัดส่วนโดม ช่องรับแสง วัสดุ ไปจนถึงเส้นทางเดินชม ถูกออกแบบพร้อมกันเป็นชิ้นเดียวกันโดยไม่ได้แยกงานศิลปะออกจากงานสถาปัตยกรรม

รีเบคก้า แมทธิวส์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ARoS กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่พิพิธภัณฑ์จะเป็นบ้านของ Skyspace ที่สำคัญที่สุดของ เทอร์เรล และมองว่านี่คือแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของเมือง

ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ ผลงานของเทอร์เรลชวนให้คนหยุด นั่งลง เงยหน้า และปล่อยให้การ ‘มอง’ ค่อยๆ กลายเป็นศิลปะเสียเอง 


อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.aros.dk/en/aros-collection/as-seen-below-the-dome-a-skyspace-by-james-turrell/

https://www.dezeen.com/2026/06/19/james-turrell-as-seen-below-skyspace-aarhus-aros-museum/

https://www.artsy.net/article/artsy-editorial-five-footballers-love-contemporary-art