นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการสื่อสารระหว่างรัฐบาล กับการเจรจาการค้าสหรัฐอเมริกา รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า สนามรบปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่ที่ชายแดนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเวทีระหว่างประเทศ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบด้วย ซึ่งฝ่ายกัมพูชารู้ และชิงใช้ประโยชน์เต็มที่เพื่อประโยชน์ของกัมพูชา และไม่ใช่แค่เรื่องวาทะกรรมว่า ประเทศไหนเป็นพ่อ แต่ไทยจะต้องช่วงชิงมิตรที่เป็นมหาอำนาจ ให้มาสนับสนุนไทย เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย
นายรัศม์ ยังตั้งข้อสงสัยกรณีที่รัฐบาลออกมาระบุถึงการสื่อสารกับสหรัฐอเมริกา โดยผ่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียว่า ทุกวันนี้ ทำไมนายกรัฐมนตรีไทย ถึงโทรหาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโดยตรงก่อนไม่ได้ และทำไมการเจรจาการค้าภาษีกับสหรัฐอเมริกา ในวันนี้ไทยยังต้องฟังจากนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอีกที ทั้งที่ การยกหูพูดได้โดยตรงส่วนหนึ่งนั้น เป็นเรื่องของการได้รับการยอมรับว่า ไทยมีอยู่ในระดับใด และรวมทั้งวิธีการที่ไทยเลือกดำเนินการเองด้วย เช่น แทนที่จะยกหูไปหาเขาก่อนเพื่อชิงบอกว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดความตกลง แต่นายกรัฐมนตรีไทย นอกจากไม่ช่วงชิงความได้เปรียบแล้ว กลับเลือกไปพูดท้าทายมิตรประเทศมหาอำนาจแทน ที่อาจได้แค่คะแนนจากกระแสชาตินิยม แต่ที่ไม่ได้ให้ประโยชน์ใด ๆ ต่อประเทศชาติโดยรวมจริง ซึ่งมันก็บอกถึงลักษณะของตัวผู้นำไทยว่า อะไรคือความสำคัญของเขามากกว่า
นายรัศม์ ยังระบุว่า เมื่อตอนประธานาธิบดีทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งยังโทรมาหานางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วยตนเองก่อน และก็ไม่ได้โทรหาผู้นำทุกคนด้วย จึงทำให้พิศวง ปนเศร้าใจว่า เกิดอะไรกับการทูตไทยวันนี้ที่คุยนักหนา