สมศักดิ์ เทพสุทิน ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ว่า ธนาคารน้ำใต้ดิน โมเดลแก้น้ำแล้ง-น้ำท่วม ทั่วประเทศ
ผมได้ให้ความสนใจเรื่องธนาคารน้ำใต้ดินมาโดยตลอด เพราะเข้าใจดีว่า น้ำคือชีวิต ที่มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ผมจึงทุ่มเทศึกษาการทำธนาคารน้ำใต้ดิน และลงพื้นที่ดูโมเดลที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายพื้นที่ เช่น เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.66 โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน อบต.วังหามแห ต.วังหามแห อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร วันที่ 28 ก.ค.66 โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน จ.สุโขทัย วันที่ 3 ธ.ค.66 ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการธนาคารน้ำใต้ดิน องค์การบริหารส่วนตำบลเก่าขาม อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และวันที่ 29 พ.ย.68 ลงพื้นที่ศึกษาโครงการธนาคารน้ำใต้ดินของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกมะยงชิดรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
จะเห็นได้ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมติดตามและสนับสนุนการทำธนาคารน้ำใต้ดินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จ ช่วยให้พื้นที่แห้งแล้งกลับมาชุ่มชื้น ในขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมได้อีกด้วย แต่การจะทำธนาคารน้ำใต้ดิน ก็มีต้นทุนวัสดุที่จะใส่ลงไปในหลุมธนาคารน้ำใต้ดิน อาจเป็นอุปสรรคต่อพี่น้องเกษตรกรที่ต้องการสร้างแหล่งน้ำเป็นของตัวเอง
ล่าสุด ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมจึงส่งหนังสือถึงอธิบกรมทางหลวง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เพื่อขอความอนุเคราะห์เศษวัสดุจากการรื้อถอนผิวคอนกรีตนำมาใช้เป็นวัสดุแทนหินในโครงสร้างของธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งมีคุณสมบัติให้น้ำซึมผ่านได้ดี มาเป็นชั้นกรองและกักเก็บน้ำลงสู่ใต้ดิน โดยจะช่วยลดต้นทุนการทำธนาคารน้ำใต้ดินได้เป็นจำนวนมาก
ดังนั้น การขับเคลื่อนนโยบายธนาคารน้ำใต้ดิน โดยใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากการสร้างถนน จึงถือได้ว่า เป็นการบริหารจัดการน้ำที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่ให้ผลสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก