ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยผ่านทางช่องทาง social media ระบุว่า ประเทศเรามีเรื่องน่ายินดีอีกแล้วครับ
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยไทยบนเวที THE Sustainability Impact Ratings 2026 ในปีนี้ ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการอุดมศึกษาไทยในระดับสากล
ซึ่งการจัดอันดับนี้ มาจาก Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกจากประเทศอังกฤษที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือสูงสุดในระดับนานาชาติ ในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษามากกว่า 1,600 แห่งจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมรับการประเมินอย่างเข้มข้น
ความพิเศษและน่าเชื่อถือของเวทีนี้ คือการประเมินที่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่เรื่องชื่อเสียงทางวิชาการ แต่เน้นไปที่ “ผลกระทบเชิงบวกที่สถาบันสร้างให้แก่สังคมได้จริง” (Real-world Impact)
ผ่านดัชนีชี้วัดที่โปร่งใสและครอบคลุมถึง 4 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย (Research), การบริหารจัดการสถาบัน (Stewardship), การบริการวิชาการสู่สังคม (Outreach) และการเรียนการสอน (Teaching) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ข้อของ UN
ในนามของกระทรวง อว. ผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับทุกสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะความสำเร็จอันเป็นเลิศระดับโลกของสามสถาบันหลัก
มหาวิทยาลัยมหิดล
คว้า อันดับ 1 ของโลกในด้าน SDG 3 (Good Health and Well-being) ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเป็นเลิศในการเป็นเสาหลักด้านสาธารณสุข งานวิจัยทางการแพทย์ระดับสากล และการให้บริการเชิงรุกเพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนทุกระดับ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ครอง อันดับ 1 ของโลกในด้าน SDG 16 (Peace, Justice and Strong Institutions) ตอกย้ำอุดมการณ์การเป็นที่พึ่งทางกฎหมายแก่สังคม การบริหารจัดการบนหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส และการสร้างพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วมให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คว้าคะแนนรวมเป็นอันดับ 19 ของโลก อันดับ 1 ของประเทศไทย โดยเป็นการเข้า TOP 20 เป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยไทยในการประเมินด้านนี้
ความน่ายินดียิ่งกว่านั้นคือ ภาพรวมของมหาวิทยาลัยไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืนแบบยกแผงครับ โดยมีสถาบันอุดมศึกษาไทยถึง 7 แห่งที่จับมือกันเข้าสู่ทำเนียบ 100 อันดับแรกของโลก (Overall Top 100) ได้แก่
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อันดับ 19)
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อันดับ 46)
- มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (อันดับ 47)
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อันดับ 49)
- มหาวิทยาลัยมหิดล (อันดับ 56)
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อันดับ 81)
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น (อันดับ 91)
ตัวเลขและอันดับเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่วันนี้สถาบันการศึกษาของเราได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถหลอมรวมงานวิชาการและงานวิจัยประสิทธิภาพสูง เข้ามาตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาสังคมในมิติต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน จนสิ่งเหล่านี้กลายเป็น "ดีเอ็นเอใหม่" ของอุดมศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน
ผมขอขอบคุณในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละของประชาคมอุดมศึกษาทุกท่าน ทั้งคณาจารย์ นักวิจัย บุคลากร และนิสิตนักศึกษาทุกคน
ผลสำเร็จในครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า ระบบอุดมศึกษาไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลก และกระทรวง อว. พร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนทุกกลไก เพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน