ไม่พบผลการค้นหา
จาตุรนต์ ฉายแสง ร่วมเวทีดีเบต 'Reinvent Thailand — Reform the Rule of Law' ย้ำ พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่แค่ให้กฎหมาย 'มีอยู่' แต่ต้องทำให้กฎหมาย ทำงานเพื่อประชาชนจริง สร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขันเป็นธรรม

จาตุรนต์ ฉายแสง ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า เมื่อคืนนี้ผมร่วมเวทีดีเบต "Reinvent Thailand — Reform the Rule of Law” ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) โดยได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อการปฏิรูปหลักนิติธรรมและการยกระดับขีดความสามารถของประเทศครับ

เป้าหมายของ พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่แค่ให้กฎหมาย “มีอยู่” แต่ต้องทำให้กฎหมาย ทำงานเพื่อประชาชนจริง สร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขันเป็นธรรม ระบบการเมืองที่ตรวจสอบได้ และรัฐที่ประชาชนเชื่อมั่นว่า อยู่ข้างเขา ไม่ใช่อยู่เหนือเขา

วันนี้ประชาชนจำนวนมาก “รู้สึกว่ากฎหมายไม่คุ้มครองเท่าเทียมกัน” ไม่ใช่เพราะมีกฎหมายเยอะอย่างเดียว แต่เพราะ การบังคับใช้ไม่เท่าเทียม และกฎหมายจำนวนไม่น้อยเปิดช่องให้ “ดุลพินิจเจ้าหน้าที่” มากเกินไป จนคนมีเส้นสายได้เปรียบ คนไม่มีอำนาจเสียเปรียบ ขณะเดียวกัน ปัญหาคอร์รัปชันฝังลึกเพราะเรามี “ระบบที่พร้อมรับสินบน” ทำให้หลบเลี่ยงกติกาได้ง่าย ตั้งแต่การแข่งขันทางการค้า ทุนผูกขาด ไปจนถึงการเปิดช่องให้ทุนข้ามชาติที่ไม่โปร่งใส รวมถึงทุนผิดกฎหมายเข้ามาครอบงำ

ผมมองว่าไทย “กำลังแพ้” ความท้าทายจากทุนข้ามชาติ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมทุ่มตลาด (dumping) เพราะกติกาและขีดความสามารถของรัฐยังไม่ทันเกมใหม่ เราจึงต้องทำให้ กฎหมายทันสมัย และยกระดับเทคโนโลยีของรัฐ เพื่อปิดช่องโหว่ที่ทำให้คนโกงได้เปรียบคนสุจริต

รัฐธรรมนูญคือการ “ออกแบบหน่วยงานของรัฐ” และกำหนดบทบาทหน้าที่ของกลไกตรวจสอบ แต่ถ้าที่มาของรัฐธรรมนูญและองค์กรต่าง ๆ ไม่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม ก็ยิ่งทำให้ระบบตรวจสอบอ่อนแอ และทำให้การใช้อำนาจรัฐ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เช่น ตำรวจหรือการขอใบอนุญาต กลายเป็น “ช่องทางคอร์รัปชัน” ทำลายความยุติธรรมและความเชื่อมั่นของสังคม

สิ่งที่ผมจะ “เริ่มทำเป็นลำดับแรก” ให้ประชาชนและธุรกิจรู้สึกได้เร็วที่สุด

ยกเครื่องกฎหมายและใบอนุญาต ที่เป็นภาระต่อประชาชนและ SME

1. ตัดกฎหมาย/ระเบียบที่ไม่จำเป็น ลดใบอนุญาตซ้ำซ้อน

2. เปลี่ยนจาก “ขออนุญาต” เป็น “จดแจ้ง/ขึ้นทะเบียน” ในกิจกรรมความเสี่ยงต่ำ

3. กำหนดกรอบเวลาพิจารณาให้ชัด หากล่าช้าเกินกำหนดต้องมีความรับผิดรับชอบ

ทำรัฐดิจิทัลเต็มรูปแบบ: แพลตฟอร์มเดียว โปร่งใส ฉับไว ตรวจสอบได้ (Single Platform / AI Government)

1.ทำทุกขั้นตอนเป็นดิจิทัล ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกจุด

2.เปลี่ยนการอนุมัติ/อนุญาตให้ “อัตโนมัติบนฐานข้อมูลและหลักฐาน” มากที่สุด

3.เป้าหมายสำคัญคือ ตัดอำนาจดุลพินิจ ลดช่องทุจริต ประหยัดทั้งคนและงบประมาณ (เหมือนที่เราเห็นความโปร่งใสและความเร็วของระบบ e-banking)

ปฏิรูประบบราชการและองค์กรกำกับ เพื่อสร้างกติกาแข่งขันที่เป็นธรรม “มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ”

1. ทำให้หน่วยงานทำงานตาม “ผลลัพธ์” ไม่ใช่ตามอำนาจ

2. เปลี่ยนรัฐจาก “รัฐควบคุม” เป็น “รัฐบริการ” ลดดุลพินิจ เพิ่มความรับผิดรับชอบ เปิดข้อมูลต่อสาธารณะ

3.บังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้การผูกขาดหรือการควบรวมขนาดใหญ่บิดเบือนตลาด โดยเฉพาะในธุรกิจที่กระทบชีวิตประชาชนและ SME

ปิดช่องทุนผิดกฎหมาย และยกระดับความน่าเชื่อถือประเทศด้วยมาตรฐานสากล

1. ผลักดันแนวทางธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และหลัก OECD Due Diligence เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทย “ป้องกันทุนสีเทา/ทุนผิดกฎหมาย” ได้จริง

2. เดินหน้านโยบายสนับสนุน E-commerce สัญชาติไทย ให้แข่งขันกับแพลตฟอร์มข้ามชาติอย่างเป็นธรรม

ปราบคอร์รัปชันแบบยกเครื่อง ให้ระบบไม่พร้อมรับสินบนอีกต่อไป

1. ส่งเสริมการตั้ง “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชน” (รูปแบบที่ต่างประเทศทำแล้วได้ผล)

2. ให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกตำแหน่งยื่นบัญชีทรัพย์สิน

3. ปรับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส ทำงานแบบ “บอร์ด/คณะกรรมการ” ลดการตัดสินใจลำพัง

4. เอกชนที่จะทำธุรกิจกับรัฐต้องผ่านมาตรฐานความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

ทางออกไม่ใช่แค่ “บังคับใช้กฎหมายให้เข้ม” แต่ต้อง ปิดช่องเชิงโครงสร้าง ผ่านกติกาที่เป็นธรรม โปร่งใส ลดดุลพินิจ และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เพื่อให้กฎหมายกลับมาเป็นเครื่องมือคุ้มครองประชาชนและผู้ประกอบการสุจริต ไม่ใช่พื้นที่ให้เงินและอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแทรกซึมได้อีกต่อไป