วันที่ 31 มกราคม 2569 – “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา พบปะประชาชนและให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านโลจิสติกส์ การศึกษา และเศรษฐกิจ ย้ำชัดการศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพาประเทศหลุดพ้นจากความยากจน
“ดร.เอ้” ระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีแนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ผ่านโครงการรถไฟรางคู่ เชื่อมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่ประเทศมาเลเซีย พร้อมต่อยอดเทคโนโลยีร่วมกับประเทศจีน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางของประชาชนในพื้นที่
พร้อมกันนี้ ยังเสนอแนวคิดการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เจาะลอดแนวภูเขา ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถทำได้จริง โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ในด้านการศึกษา “ดร.เอ้” ย้ำว่า จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากต้องการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการลงทุนด้านการศึกษา โดยพรรคไทยก้าวใหม่มีนโยบายสนับสนุนการศึกษา “ฟรีจริง” ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนใกล้บ้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
“ดร.เอ้” กล่าวว่า การศึกษาคือยาแก้จน พร้อมยกตัวอย่างประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาจนเกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ ยังได้รับการพูดถึงและสนับสนุนน้อย พรรคไทยก้าวใหม่จึงขออาสาเข้ามาดูแลลูกหลานคนไทยให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม
“ถ้าผมจะเปลี่ยนประเทศได้เรื่องเดียว ผมขอเปลี่ยนด้วยการศึกษา ขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนฟรีจริง จนถึงระดับปริญญาเอก” ดร.เอ้ กล่าว
ด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยก้าวใหม่เสนอการจัดตั้งกองทุนไทยก้าวใหม่ วงเงิน 20,000 บาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มอาชีพอิสระและพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว พร้อมนโยบายดูแลผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ด้วยการเคลียร์หนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย และสวัสดิการรายเดือน 1,000–1,800 บาท มั่นใจว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและผลักดันเศรษฐกิจสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เติบโตติดอันดับของประเทศ
“ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ย้ำถึงความพร้อมในการพัฒนาระบบคมนาคมและการศึกษา โดยชี้ว่าทั้งสองด้านเป็นสิ่งที่ตนเองคลุกคลีและทำงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเข้าสู่สนามการเมือง ตนมีพื้นฐานด้านวิชาชีพเป็นวิศวกรโยธา และเป็นวิศวกรอุโมงค์ที่เคยทำงานเกี่ยวกับระบบรางมาโดยตรง จึงเข้าใจโครงสร้างและความซับซ้อนของโครงการคมนาคมขนาดใหญ่ พร้อมยืนยันว่าการพัฒนาคมนาคมของประเทศต้องอาศัยทั้งความรู้เชิงเทคนิคและการบริหารจัดการที่จริงจัง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาทางการเมือง
ในด้านการศึกษา ดร.เอ้ ระบุว่า คุณแม่ของตนเป็นครูอนุบาล และได้รับการบรรจุครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตนให้ความสำคัญกับการยกระดับการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่นี้อย่างจริงจัง
“ไม่เสียเหลี่ยมคุณแม่ ไม่เสียเหลี่ยมคุณลูก ทำจริงๆ” ดร.เอ้ กล่าว พร้อมย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศ
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย เชิญชวนประชาชนร่วมกันใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยขอคะแนนให้พรรคไทยก้าวใหม่ บัตรสีชมพู เบอร์ 49 และสนับสนุนผู้สมัคร สส. ของพรรคใน บัตรสีเขียว เพื่อผลักดันนโยบายด้านคมนาคม การศึกษา และการพัฒนาประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม