ไม่พบผลการค้นหา
จุดหมายคนวัยเกษียณ ไทยคือนัมเบอร์วันแห่งความฝันของการเกษียณในเอเชีย และอันดับ 9 ของโลกปี 2026

ใครที่กำลังวางแผนเกษียณในต่างประเทศ ปีนี้ตัวเลขเข้าข้างประเทศไทยชัดเจน เมื่อ International Living สื่อสัญชาติอเมริกันที่ติดตามเรื่องการใช้ชีวิตในต่างแดนมากว่า 40 ปี ได้ประกาศผล Global Retirement Index 2026 ซึ่งจัดทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 35 โดยไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่สุดของเอเชียในการเกษียณอายุ และรั้งอันดับ 9 ของโลก แซงหน้ามาเลเซียที่เคยครองอันดับภูมิภาคนี้อยู่

ไทยทำคะแนนรวมได้ 80 จาก 100 คะแนนเต็ม โดยแบ่งเป็น 7 หมวด ได้แก่ ค่าครองชีพ ที่อยู่อาศัย วีซ่าและสิทธิประโยชน์ผู้เกษียณ การพัฒนาและธรรมาภิบาล สภาพภูมิอากาศ การรักษาพยาบาล และความเหมาะสมในการใช้ชีวิตโดยรวม

จุดแข็งที่สุดของไทยคือ ค่าครองชีพ ทำได้ถึง 96 คะแนน สะท้อนว่าเงินบำนาญหรือเงินออมของผู้เกษียณสามารถ ยืดได้ไกลกว่าการใช้ชีวิตในประเทศตะวันตกมาก ตามมาด้วย การพัฒนาและธรรมาภิบาล 84 คะแนน ส่วน การรักษาพยาบาล และวีซ่า/สิทธิประโยชน์ผู้เกษียณ ทำได้เท่ากันที่ 79 คะแนน

International Living ยกตัวอย่างว่า ผู้เกษียณคนเดียวที่มีงบประมาณราว 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือราว 43,000 บาท สามารถเช่าสตูดิโอในเชียงใหม่ได้ในราคาราว 300 ดอลลาร์ กินอาหารไทยได้ในงบ 10 ดอลลาร์ต่อวัน และยังมีเงินเหลือดื่มเบียร์ยามเย็นได้อีกด้วย

ปีนี้ถือเป็นปีที่พลิกโผ เพราะกรีซก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 35 ปีของดัชนีนี้ แซงประเทศที่เคยครองแชมป์อย่างปานามาและคอสตาริกา ด้วยจุดแข็งเรื่องภาษีรายได้จากต่างประเทศแบบคงที่ 7 เปอร์เซ็นต์ Golden Visa และไลฟ์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่คุ้มค่า

10 อันดับแรกของโลกในปีนี้ ได้แก่

  1. กรีซ
  2. ปานามา
  3. คอสตาริกา
  4. โปรตุเกส
  5. เม็กซิโก
  6. อิตาลี
  7. ฝรั่งเศส
  8. สเปน
  9. ไทย
  10. มาเลเซีย

.

จะเห็นว่าไทยและมาเลเซียเป็นประเทศเอเชียเพียงสองประเทศที่ติดกลุ่ม 10 อันดับแรกของโลก ขณะที่ประเทศในยุโรปครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของตาราง สะท้อนว่าการรักษาพยาบาลคุณภาพสูงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้เกษียณให้น้ำหนัก แม้ค่าครองชีพจะสูงกว่าเอเชียหรือละตินอเมริกาก็ตาม

.

ทำไมไทยถึงติดอันดับต้นๆ อย่างต่อเนื่อง International Living ระบุว่าจุดขายของไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นจุดแข็งที่สั่งสมมานาน ได้แก่

ระบบสาธารณสุขเอกชนคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ที่ได้มาตรฐานระดับสากล

ค่าครองชีพต่ำเมื่อเทียบกับคุณภาพชีวิตที่ได้รับ ข้อมูลจาก Numbeo ระบุว่าค่าครองชีพในไทยโดยเฉลี่ยต่ำกว่าสหรัฐฯ ราว 45 เปอร์เซ็นต์

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สะดวก อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเกือบ 1 กิกะบิตต่อวินาทีในราคาต่ำกว่า 20 ดอลลาร์ต่อเดือน และระบบชำระเงินผ่านสมาร์ตโฟนที่ทำให้แทบไม่ต้องพกเงินสด

วีซ่าที่เอื้อต่อการอยู่ระยะยาว ทั้งวีซ่าเกษียณอายุ (Non-Immigrant O-A) ที่ผู้สมัครต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยอย่างน้อย 800,000 บาท (ราว 25,000 ดอลลาร์) ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือนก่อนยื่นคำขอ หรือแสดงรายได้ต่อเดือนประมาณ 65,000 บาท รวมถึงวีซ่าประเภทอื่นๆ ที่ออกแบบมาสำหรับผู้เกษียณและผู้มีรายได้จากต่างประเทศโดยเฉพาะ

ทิวทัศน์และวิถีชีวิตที่หลากหลาย ทั้งชายหาดและภูเขา วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และเมืองอย่างเชียงใหม่ที่มีชุมชนชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษได้สะดวก

การที่ไทยรักษาตำแหน่งประเทศอันดับ 1 ของเอเชียด้านการเกษียณอายุมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และยังไต่อันดับโลกขึ้นมาอยู่ที่ 9 ในปีนี้ ตอกย้ำว่าความน่าดึงดูดของไทยไม่ได้เกิดจากกระแสชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นแพทเทิร์นที่ปรากฏซ้ำในหลายดัชนีและหลายเมืองทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ดังจะเห็นได้จากการก้าวขึ้นอันดับ 1 ของกรีซในปีนี้ ไทยยังมีการบ้านที่ต้องทำต่อ ทั้งด้านศักยภาพระบบสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานด้าน Wellness และระบบวีซ่าที่เอื้อต่อผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยระยะยาวมากขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้อันดับ 9 เป็นเพียงเพดานสูงสุดที่ไทยเคยไปถึง

.

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://internationalliving.com/the-best-places-to-retire/

https://www.cnn.com/2025/12/01/travel/worlds-best-retirement-destinations-2026

https://www.forbes.com/sites/alexledsom/2025/12/04/the-best-places-to-retire-for-americans-in-2026-as-per-new-index/