วันนี้ (16 เมษายน 2569) เครือข่ายอุดมศึกษาไทย 4 กลุ่มสถาบัน ประกอบด้วย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ ผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.),รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.), รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) และคณะผู้บริหาร เข้ายื่นข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ “พลังอุดมศึกษาไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ” ต่อ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อผลักดันโมเดล “New Growth University” เปลี่ยนผ่านมหาวิทยาลัยสู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ประธาน ทปอ.เปิดเผยว่า ภายใต้สภาวะที่ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตเชิงโครงสร้างและผลิตภาพแรงงานที่เติบโตต่ำกว่า 1.85% อย่างต่อเนื่อง เครือข่ายอุดมศึกษาทั้ง 4 กลุ่มจึงได้ผนึกกำลังยกร่างข้อเสนอเพื่อยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยจากการเป็นเพียงผู้ผลิตบัณฑิต ไปสู่การเป็น “เครื่องยนต์หลัก (Economic Engine)” ที่ขับเคลื่อนประเทศด้วยทุนมนุษย์ฐานสมรรถนะและนวัตกรรมเชิงพื้นที่
ยุทธศาสตร์ “เครื่องยนต์ 3 ประสาน (Triple Helix)” และ 4 มิติแห่งการเปลี่ยนแปลง
ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย ผ่าน 4 มิติเชิงรุก ดังนี้:
- มิติเศรษฐกิจนวัตกรรม (Innovation Economy): ปรับทิศทางการวิจัยสู่ "Research beyond Publication" เน้นนวัตกรรมที่กินได้และใช้ประโยชน์จริง พร้อมส่งเสริมกลไก Matching Fund เพื่อสร้าง Startup และผู้ประกอบการนวัตกรรม
- มิติกำลังคน (Future Workforce): ปฏิรูประบบการเรียนรู้แบบ Demand-driven ผ่าน National Credit Bank และ Competency Wallet เพื่อ Upskill/Reskill แรงงานให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดโลก
- มิติความมั่นคงของรัฐ (State Security): ยกระดับมหาวิทยาลัยเป็นระบบสำรองเชิงยุทธศาสตร์ด้านอาหาร พลังงาน และสุขภาพ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศในยามวิกฤต
- มิติสังคม (Society 6.0): ขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่กลุ่มเปราะบางกว่า 1.34 ล้านคน ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
มาตรการเร่งด่วน (Quick Wins) เห็นผลสัมฤทธิ์ใน 6 เดือน
ทปอ. และภาคีเครือข่าย พร้อมขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ด้วยการขับเคลื่อนมาตรการที่เห็นผลฉับไว อาทิ:
- University Intelligence War Room: ศูนย์เฝ้าระวังและบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงพื้นที่ทั่วประเทศ
- Living Lab: ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นสนามทดลองโซลูชันพลังงานสะอาดและสมาร์ทฟาร์ม
- Young Faculty Development: ปั้นอาจารย์รุ่นใหม่ให้เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agents)” เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษาจากภายใน
ข้อเสนอปลดล็อกอุปสรรคเชิงระบบ
เพื่อให้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ ทปอ. ได้เสนอให้มีการปฏิรูประบบงบประมาณเป็นรูปแบบ Block Grant ที่จัดสรรตามผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Impact) รวมถึงการเสนอมาตรการจูงใจทางภาษีสูงสุด 300% สำหรับภาคเอกชนที่ร่วมลงทุนในหลักสูตรพัฒนาบุคลากรขั้นสูง เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา : ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย