ไม่พบผลการค้นหา
‘กฤชนนท์’ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณรัฐบาลสานต่อมาตรการ 'สมุดพกผู้รับเหมา' เห็นด้วยสั่งหยุดงาน 'อิตาเลียนไทย' หลัง 2 โศกนาฏกรรมใหญ่ ย้ำยกเลิกสัญญาต้องชัด รัฐสร้างมาตรฐานเดียวกันทุกโครงการ

นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส. กทม. เขต 29 เปิดเผยว่า ขอขอบคุณรัฐบาลที่สานต่อมาตรการ 'สมุดพกผู้รับเหมา' ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยผลักดันไว้ เพื่อกำกับดูแลผู้รับเหมาภาครัฐและมีบทลงโทษที่เหมาะสม เช่น การลดชั้น ขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ ตัดแต้ม และตัดสิทธิการประมูล เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง

ทั้งนี้ จาก 2 เหตุการณ์สะเทือนใจ ได้แก่ เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 สัญญา 3-4 หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และเหตุโครงเหล็กก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 หล่นบนถนนพระราม 2 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งทั้งสองโครงการมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง นายกฤชนนท์ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายกฤชนนท์ ระบุว่า เห็นด้วยกับคำสั่งรัฐบาลให้หยุดการก่อสร้างชั่วคราวทั้ง 15 โครงการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตามหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนเป็นอันดับแรก

อย่างไรก็ตาม กรณีสั่ง “ยกเลิกสัญญาทันที” ใน 2 โครงการที่เกิดเหตุ โดยยังไม่มีแผนบริหารจัดการจุดเกิดเหตุ การรื้อย้าย หรือการคืนผิวจราจรและเส้นทางรถไฟอย่างชัดเจน เห็นว่ารัฐบาลต้องคำนึงถึงประโยชน์และผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากการยกเลิกสัญญาจะต้องเปิดประมูลใหม่ และอาจทำให้โครงการล่าช้าออกไปอีกกว่า 1 ปี จึงควรกำหนดแนวทางให้ชัดเจนและสื่อสารต่อสาธารณะ

นายกฤชนนท์ กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกสัญญากับอิตาเลียนไทย ควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีอื่น เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ ที่เกิดเหตุถนนยุบเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 หากพบว่าผู้รับจ้างกระทำผิด ก็ต้องพิจารณายกเลิกสัญญาเช่นเดียวกัน เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่เป็นธรรม

ท้ายที่สุด หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะเดินหน้าตรวจสอบทุกสัญญาก่อสร้าง เพิ่มบทลงโทษที่เข้มงวด และยกระดับการประมูลโดยใช้หลัก Price Performance ควบคู่เทคโนโลยีความปลอดภัย เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดและกล้อง CCTV เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกในอนาคต