ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน' ผนึกมหิดล-สภาดิจิทัลฯ เปิดเวทีนานาชาติ AI HealthCare Summit 2026 ดัน AI ในวงการแพทย์ ยกระดับสุขภาพคนไทยสู่มาตรฐานโลก

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ AI HealthCare & Well-Being Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ “From Global Frontier Research to Real-World Impact” ซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย โดยมี ศ.นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล หม่อมราชวงศ์นงคราญ ชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งในและต่างประเทศ คณาจารย์ นักวิจัย ตลอดจนผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ Ture digital Park กทม.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งานในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมวิชาการด้าน AI และสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนทิศทางใหม่ของประเทศไทยในการนำ ววน. และเทคโนโลยีขั้นสูง มาใช้ตอบโจทย์ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย หรือ Reinventing University ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการ อว. ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นพลังหลักของประเทศ ทั้งในด้านการสร้างองค์ความรู้ระดับโลก การผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง การสร้างนวัตกรรม และการขับเคลื่อนประเทศด้วยฐานความรู้และเทคโนโลยี โดยมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยสำคัญของประเทศที่ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม พัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (Global and Frontier Research) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มุ่งสร้างงานวิจัยคุณภาพสูง สร้างนักวิจัยและบัณฑิตที่มีทักษะระดับสากล และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในด้านการแพทย์และสุขภาพนั้น AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีวินิจฉัย วิธีรักษา และวิธีออกแบบระบบบริการสุขภาพ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำขึ้น การค้นพบยา การแพทย์เฉพาะบุคคล การติดตามสุขภาพเชิงป้องกัน ไปจนถึงการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้นประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในด้านนี้ เรามีมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เข้มแข็ง มีโรงพยาบาลและเครือข่ายบริการสุขภาพที่มีประสบการณ์ มีนักวิจัยและบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และมีภาคเอกชนด้านเทคโนโลยีที่พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรม

แต่ศักยภาพเหล่านี้จะเกิดผลจริงได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย กับโรงพยาบาล เชื่อมโยง นักวิจัย กับ โจทย์จริงของประเทศเชื่อมโยง เทคโนโลยี กับ การใช้งานจริง เชื่อมโยง ภาครัฐ กับภาคเอกชนและอุตสาหกรรมและเชื่อมโยง Frontier Research กับ Real-World Impact

“ผมอยากเห็น AI Healthcare ของประเทศไทยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจ (New Growth Engine) ที่ต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ ทั้งด้านการแพทย์ สุขภาพ Wellness Economy สมุนไพร ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบบริการสุขภาพ และความสามารถของบุคลากรไทย หากเราทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ ประเทศไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่จะเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม เป็นผู้ผลิตบุคลากร และเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมสุขภาพที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคและโลก“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า แต่ขณะเดียวกัน เราต้องไม่ลืมว่า หัวใจของ AI Healthcare ไม่ใช่ AI เพียงอย่างเดียว แต่คือ “คน” AI ที่ดีต้องทำให้แพทย์ทำงานได้ดีขึ้น นักวิจัยมองเห็นคำตอบใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่แม่นยำขึ้น ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้มากขึ้น และทำให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นด้วย