วันนี้ (19 พฤศจิกายน 2568) นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยให้ความเห็นกรณีมีความเห็นต่างระหว่างสภากับรัฐบาลกรณีเมื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาแล้วจะยุบสภาไม่ได้ โดยฝ่ายสภาถือเอารัฐธรรมนูญ ม.151เป็นหลัก ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าต้องบรรจุญัตติอภิปรายเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาเสียก่อนตามข้อบังคับการประชุมสภา ตนเองเห็นด้วยที่ประธานรัฐสภามีความเห็นเช่นนั้น คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ ทำไมรัฐธรรมนูญ ม.151 จึงเขียนว่า ยื่นญัตติแล้วยุบสภาไม่ได้ คำตอบเพราะเมื่อก่อนเมื่อมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว มีการยุบสภาหนี ที่เรียกว่าหนีการซักฟอกไม่ต้องการถูกตรวจสอบ ไม่รวมถึงการใช้วิธีอื่นๆ เช่นให้ผลประโยชน์กันแล้วให้ไปถอนชื่อ ทำให้ชื่อไม่ครบ
โดยส่วนตัวถ้าเป็นรัฐบาลหากฝ่ายค้านอยากจะยื่นอภิปรายไม่วางใจก็ยื่นเลย รัฐบาลมีสิทธิชี้แจงได้อยู่แล้ว อย่าไปคิดว่าจะโดนด่าฟรี ดีเสียอีกจะได้เคลียร์ตนเอง เว้นแต่จะรู้สึกว่าเคลียร์ลำบาก เคลียร์ไม่ได้
การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมีการตั้งประเด็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่กำลังพิจารณากันอยู่ขณะนี้ ควรจะเสร็จวาระสามก่อนหรือไม่ค่อยยื่นอภิปราย เนื่องจากรัฐบาลไปทำ MOA กันไว้ เข้าใจได้ว่าต้องให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านวาระสามเสียก่อนจึงจะยุบสภา ถ้ายุบสภาก่อนผ่านวาระสาม ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะตกไป ก็ต้องบอกว่าการตกไปไม่ใช่เพราะการยื่นอภิปรายไม่วางใจ แต่เพราะรัฐบาลยุบสภาก่อนวาระสามต่างหาก
ส่วนตัวในฐานะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็อยากให้การพิจารณาของกรรมาธิการเสร็จโดยเร็วแม้ร่างของเพื่อไทยจะตกไปในวาระทึ่หนึ่ง ก็คงโต้แย้งและสงวนความเห็นไว้เป็นหลัก การพูดว่าจะเอาร่างรัฐธรรมนูญไว้เป็นตัวประกันจริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกัน ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านวาระสามหรือไม่ก็ยังไม่รู้ จะได้เสียงเกินครึ่งหรือได้เสียงวุฒิสภาถึงหนึ่งในสามหรือไม่ก็ยังไม่รู้เช่นกัน แม้ไม่อภิปรายก็อาจจะตกไปก็ได้
ส่วนปัญหาว่าพรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เมื่อไร คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคกำลังพิจารณาอยู่ แต่ที่รัฐบาลเสนอแนะว่าให้อภิปรายตามมาตรา152 (อภิปรายโดยไม่ลงมติ) คงเป็นไปไม่ได้