ไม่พบผลการค้นหา
‘ศึกซักฟอก’ครั้งนี้ เป็นปฏิบัติการถล่ม ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ โดยตรง หลังครั้งก่อน ‘2ป.ป้อม ประวิตร - ป๊อก อนุพงษ์’ หลุดรอดไปได้ แม้จะถูกกระทบชิ่งบ้าง แต่ก็ไม่ระคายผิว แต่ครั้งนี้ ‘3ป.’ เจออภิปรายจัดหนัก แต่ทั้ง ‘3ป.’ ก็รู้ชะตากรรม จึงเตรียมตัวมาชี้แจง

โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่เริ่มตอบโต้ใช้วาทะมากขึ้น ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็จัดเตรียมสไลน์ขึ้นจอ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ยังคงเล่นบทนิ่ง ชี้แจงเท่าที่จำเป็น

การอภิปรายครั้งนี้ ได้มีโฟกัส ‘ระบอบ 3ป.’ โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ชำแหละให้เห็นชัด โดยย้ำถึง ‘พฤติกรรมตัดตอนประชาธิปไตย’ ยึดครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านกระบวนการ 3 ป. คือ ยึดอำนาจ ทำรัฐธรรมนูญ สืบทอดอำนาจ จัดการเลือกตั้ง และกระจายขุมกำลัง ใช้อำนาจผูกขาด 

โดย นพ.ชลน่าน ได้ชี้ถึงการแบ่งหน้าที่ของ ‘3ป.’ ในการ ‘ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ’ ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ ยึด ส.ว. และองค์กรอิสระ , พล.อ.ประวิตร คุมพรรคการเมือง และ พล.อ.อนุพงษ์ ดูแลส่วนราชการภูมิภาคและราชการท้องถิ่น

อย่างไรก็ตามครั้งนี้มีการพูดถึงประเด็นใหม่ขึ้นมา ทำให้ พล.อ.ประวิตร ต้องลุกขึ้นชี้แจงครั้งแรง หลังการอภิปรายผ่านมา 2 วัน โดย นพ.ชลน่าน อภิปรายตอนหนึ่งว่า เมื่อ 7ธ.ค.2557 ในพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพล คำปฏิญาณของ พล.อ.ประวิตร เจตนาไม่กล่าวปฏิญาณคำว่า “จะรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” โดยพล.อ.ประวิตร ชี้แจงว่าเป็นคนละกรณีกับ ครม. ถวายสัตย์ปฏิญาณ

ประวิตร อภิปรายไม่ไว้วางใจ 0027-44F7-A33B-7975D885E3F3.jpegประวิตร อภิปรายไม่ไว้วางใจ สภา 3876898305789_n.jpg

“เรื่องการปฏิญาณรับธงชัยเฉลิมพล ที่บอกว่า ผมไม่ได้กล่าวข้อความที่เต็ม เหมือนกับข้อความถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญนั้น เป็นคนละกรณีกัน ข้อความต่างๆ ก็ต่างกัน ไม่เหมือนกัน นั่นเป็นเรื่องของธงชัยเฉลิมพล ที่ผมนำทหารไปรับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นคนละเรื่อง" พล.อ.ประวิตร กล่าว

รวมทั้ง ‘3ป.’ ยังถูกถล่มหนักซักฟอก จน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาปกป้อง ‘ศักดิ์ศรี’ โดยย้ำว่าไม่รับ ‘เงินชั่วๆ’ ถึง 2 วันติด ‘เกลียดลูกน้องเลวๆ’ เพื่อตอบโต้การอภิปรายเอี่ยวขบวนการลักลอบเข้าเมืองผอดกฎหมาย

“รังเกียจคนทำผิดกฎหมาย รังเกียจเงินชั่วๆ ที่ได้มาจากการทำความผิด ผมเกลียดลูกน้องเลวๆ เกียรติยศและศักดิ์ศรีอยู่กับผมมาตั้งแต่เกิดจนตายในสายเลือดของผม อย่ามาบอกว่าผมไม่เคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติของตัวเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีกลยุทธ์ ‘เบี่ยงประเด็น’ กลางสภา ขณะที่ ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อยู่ระหว่างอภิปรายความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดย นายกฯ ได้ปูดข่าวทำนองว่าจะมี ส.ส.ฝ่ายค้าน ย้ายมาซบอกอยู่กับตน

“ท่านบอกว่าผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้ไม่ได้ ล้มเหลว ขอให้ไปดูคนใกล้ๆท่านแล้วกัน หลายคนจะย้ายมาอยู่กับผม ไปหาให้เจอก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาหรอก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็เล่นบทตีมึนต่อไป แม้สื่อจะถามย้ำมีสัญญาณใดมาหรือไม่ โดย นายกฯ กล่าวเพียงว่า "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาพูดๆกัน การเมืองก็เป็นเช่นนี้"

เรื่องนี้ถือว่าทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านเสียหาย โดย ‘สุทิน คลังแสง’ ประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาปฏิเสธข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปูดขึ้นมาว่าไม่เป็นความจริง พร้อมเตือน นายกฯ ระวังโดนลูกน้องหลอกกินกล้วย

“นายกรัฐมนตรี เป็นการเมืองมากขึ้น​ ตั้งใจจะเบี่ยงประเด็น​ โดยมองได้ว่าถ้าพูดเรื่องนี้ข่าวก็จะไปในทางนั้น ซึ่งน่าสนใจกว่า และอีกทางมีลูกน้องของนายกฯ จะไปหลอกเอากล้วยของนายกฯ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีอยู่เรื่อย ถ้าผู้ใหญ่ตามไม่ทันที่ลูกน้องไปบอกว่าคนนั้นคนนี้จะมาอยู่ด้วย แล้วขอมัดจำไปหนึ่งหวี หวีที่สองที่สาม ก็จะตามมา ซึ่งความจริงแล้วไม่มี” นายสุทิน กล่าว

ประยุทธ์  อภิปรายไม่ไว้วางใจ สภา279460820_n.jpg

ทั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจเบี่ยงประเด็น ย้อนกลับไปการชี้แจงงบประมาณ เมื่อ 9ก.ย. 2563 ก็เคยมีกรณีลักษณะนี้กับ ‘มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เป็นศึกระหว่าง ‘ศิษย์วัดนวลนรดิศ’ ระหว่าง ‘พี่มิ่ง-น้องตู่’ หลัง นายกฯ กล่าวว่า ‘มิ่งขวัญ’ เคยเสนอตัวเป็น รองนายกฯ

“ที่บอกว่าผมบริหารล้มเหลว ผมประคับประคองให้เศรษฐกิจฟื้นฟูได้ ให้ไม่เลิกจ้างพนักงาน ก็ต้องขอบคุณท่านในฐานะอดีตรองนายกฯ มีความรู้ดี ท่านก็คุยกับผมมาหลายรอบ ท่านก็เคยพูดกับผมว่า พร้อมเข้ามาช่วยเป็นรองนายกฯ แต่ผมคงไม่รับเพราะผมมีครบแล้ว มีเต็มแล้ว เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ด้าน ‘มิ่งขวัญ’ จึงลุกขึ้นสวนทันทีเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด ว่า “ท่านนายกฯ พูดเรื่องผมจะเข้าไปช่วยท่านตั้งหลายครั้ง ผมบอกก่อนว่า ผมเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ท่านประยุทธ์ เรียนวัดนวลนรดิศ แล้วรุ่นติดกัน เวลาคุยกันคุยกันคนละเรื่อง เขาชวนผม ผมก็ไม่ไป ถ้าผมไป ผมไปแล้ว ดังนั้นอย่าพูดให้คนเข้าใจไขว้เขว ครั้งที่แล้วท่านก็พูดอย่างนี้ เดี๋ยวคนก็บอกว่า ผิดหวัง แล้วมาด่าผม ขอย้ำว่าไม่ไป ไม่เกี่ยว ที่ผมพูดผมอาจจะพูดเร็วเกินไป ขอให้กลับไปฟังคลิปสัก 10 รอบจะเข้าใจ”

ทั้งนี้การปูดข่าวกลางสภาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยเสียทีเดียว โดย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมั่นใจในข้อมูลที่ตนมี ซึ่งสอดรับกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าที่จะมี ส.ส.เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ไปซบอกพรรคพลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์ นสพ.ไทยรัฐ ที่ไม่ได้ ‘ปฏิเสธ’ ต่อกระแสข่าวดังกล่าว หลังสื่อถามว่ามีจำนวนเท่าใด ว่า “ยังไม่ออกมา ไปพูดถึงได้อย่างไร ให้ออกมาก่อนถึงบอกได้ ตอนนี้ไม่รู้”

ภายหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบเมื่อ ก.พ. 2563 เกิดปรากฏการณ์ ‘ซื้องูเห่า’ เรียกได้ว่าไม่มีเกรงใจคะแนนเสียงที่เคยได้มา

ทว่า ‘ส.ส.งูเห่า’จำนวนมาก ก็ไม่ได้แจ้งเกิดในทางการเมือง แต่ก็เป็นการเติมเสียงให้กับรัฐบาล แก้ปัญหา ‘สภาเสียงปริ่มน้ำ’ รวมทั้ง ‘ยุทธการฤาษีเลี้ยง’ ที่เกิดขึ้นผ่าน ‘ปฏิบัติการแจกกล้วย’ นั่นเอง

ย้อนไปไกลกว่านั้นช่วงตั้งพรรคพลังประชารัฐ ได้เกิด ‘ปรากฏการณ์พลังดูด’ ขึ้นมา นำ ‘ส.ส.-บ้านใหญ่’ แต่ละจังหวัดมาร่วมพรรค ทำให้ พปชร. เต็มไปด้วย ‘หลายก๊ก-หลายมุ้ง’ แต่ทุกก๊กก็อยู่ภายใต้ ‘ก๊กประวิตร’ ตามที่ ‘วิรัช รัตนเศรษฐ’ รองหัวหน้า พปชร. ที่เป็นประธานวิปรัฐบาล ได้ออกมาสยบคลื่นใต้น้ำ รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร ก็ย้ำว่าถ้าตนอยู่ พรรคไม่แตกด้วย

สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกตั้งให้ ‘อยู่เหนือการเมือง’ ให้อยู่กับการบริหารงานรัฐบาลเป็นหลัก จัดการเรื่องใน ครม. ดูแลภาพรวมทหาร-ตร. ส่วน พล.อ.ประวิตร ทำหน้าที่ประสานพรรคการเมือง โดยยังมีตำแหน่ง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ก็ดูแลเรื่องทหารกับตร. อยู่บ้าง สำหรับ พล.อ.อนุพงษ์ ทำหน้าที่ดูแลท้องถิ่น ที่เป็นหน่วยงานที่ครอบคลุมทั้งประเทศ

ทว่า พล.อ.อนุพงษ์ ก็มี ‘ระยะห่าง-ไว้ตัว’ ไม่สุงสิงกับฝ่ายการเมืองเท่าใด จึงเกิดกระแสเปลี่ยน รมว.มหาดไทย ขึ้นมา เมื่อปีที่แล้ว จึงเป็นที่มาของ พปชร. เสนอหนุน พล.อ.ประวิตร นั่ง รมว.มหาดไทย แทน อีกทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ ที่เป็น รมว.มหาดไทย มากว่า 6 ปี ย่อมแผ่ ‘บารมี’ ไปไม่น้อยในรั้วมหาดไทย ซึ่งก็รวมถึงนักการเมืองด้วย

ดังนั้น ‘อำนาจเบ็ดเสร็จ’ จึงอยู่ที่ ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ มาตั้งแต่ยุค คสช. จนถึงปัจจุบัน

ภายหลัง ‘ศึกซักฟอก’ ที่ต้องจับตาคือสัญญาณการ ‘ปรับ ครม.’ นั่นเอง โดยเฉพาะคนที่ได้คะแนนรั้งท้าย จึงเป็นที่มาของการ ‘ขย่มกันเอง’ ภายในพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคเดียวกันเอง เช่นใน พปชร. และ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเก้าอี้หนึ่งที่ถูกจับตา คือ รมช.มหาดไทย ที่ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ เสี่ยงหลุดเก้าอี้ในการปรับ ครม.

จึงมีกระแสข่าว ‘ศึกใน พปชร.’ ที่แต่ละก๊ก ‘งัดข้อบารมี’ โดยเฉพาะการแผ่บารมีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ รองหัวหน้า พปชร. มือประสานสิบทิศของ พล.อ.ประวิตร ที่เริ่มขยายฐานจากภาคเหนือเข้ากรุงเทพฯ หนุน ‘บิ๊กแป๊ะ’พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. ลงชิงผู้ว่าฯกทม. 

ประวิตร สภา อภิปรายไม่ไว้วางใจ  ธรรมนัส 784684702_2143608511287864834_n.jpg

หลังปรากฏภาพ ‘เสธ.หิ’ พ.ท.หิมาลัย อดีต ผบ.ร้อยสารวัตรทหาร 

ประจำ บก.กองทัพไทย เพื่อน ตท.25 – จปร.36 กับ ร.อ.ธรรมนัส ไปลงพื้นที่กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมกับ ‘ถาวร เสนเนียม’รมช.คมนาคม และรองหัวหน้า ปชป. ในการมอนทุนการศึกษา นร. เขตหนองจอก กทม. โดย ‘เสธ.หิ’ ได้ชื่อเป็น ‘ผู้กว้างขวาง’ อีกคน และใกล้ชิดกับ ‘เสธ.ไอซ์’พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ตท.10 จปร.21 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์

ซึ่ง ‘ถาวร’ ก็ไม่มีกั๊ก ออกตัวฝาก ‘บิ๊กแป๊ะ’ ไว้ในอ้อมใจ สำหรับรับใช้ ชาว กทม. พร้อมเผยสัมพันธ์ ‘บิ๊กแป๊ะ’ มีมานาน แต่ตนแยกพรรคกับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน โดยย้ำเป็นเรื่อง ‘ความเป็นพี่น้อง’ พร้อมการันตี พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นคนดี แม้จะระบุว่า สุดท้ายตนก็ยึดมติ ปชป. ว่าจะส่งใคร ตนก็ขออยู่กับพรรค

ทั้งนี้เป็นที่รู้กันในว่า ‘นิพนธ์’ กับ ‘ถาวร’ ถือเป็นคนละสายใน ปชป. หากสุดท้ายล้ม ‘นิพนธ์’ ลงได้ งานนี้มีคนได้มากกว่าหนึ่งแน่นอน จึงมีกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส จะสยายปีกมายัง ก.มหาดไทย หรือไม่

อย่าได้ประมาท ระบอบ 3ป. !!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
122Article
0Video
39Blog