นายปิยะพงษ์ เหมะ อดีตผู้สมัคร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบกับประชาชนที่ต้องใช้บริการรถสาธารณะอย่างรุนแรง เพราะเมื่อน้ำมันปรับราคาสูงขึ้น ค่ารถโดยสารบริการสาธารณะ มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ปรับราคาตามไปด้วย เพราะต้นทุนสูงขึ้น ประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้น วิกฤตที่เกิดขึ้นจึงกระทบกับรายได้ประชาชนโดยตรง สวนทางนโยบายรัฐบาลที่ประกาศว่าจะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ประชาชน
นายปิยะพงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้บรรดาสินค้าอุปโภค-บริโภค ปรับราคาสินค้าขึ้นทุกประเภท ล่าสุดไข่ไก่ที่เป็นอาหารหลักของประชาชนต่อฟองเกือบ 4 บาท ในขณะที่ราคาผัก เนื้อสัตว์ทั้งหมู ไก่ ปลาปรับเพิ่มทุกชนิด ขนาดมะนาวยังลูกละ 8 บาท คนจนเอื้อมไม่ถึงแล้ว แม้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนหน้านี้ออกมายืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากต้นทุนขนส่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากการตรึงราคาดีเซล แต่ในปัจจุบันยอมให้ภาคเอกชนปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ ประเดิมด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจไทยปรับราคาขึ้นอย่างแน่นอน
“จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนร้องเรียนว่า ทุกวันนี้มีแต่รายจ่ายเพิ่ม ในขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือลดลง กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง นอกจากนี้รัฐบาลซ้ำเติมการปรับขึ้นราคาบริการขนส่งสาธารณะทั้งขนคนและขนของ ส่งผลให้รายจ่ายประชาชนเพิ่มเท่าตัว หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาเชื่อว่าประชาชนคงใช้ชีวิตลำบากแน่ ทั้งนี้หากรัฐบาลปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่เกินกลางปีนี้เศรษฐกิจไทยคงไร้ทางฟื้น ประชาชนคงต้องก้มหน้ารับกรรมที่ไม่ได้ก่อกันต่อไป” นายปิยะพงษ์ กล่าว