หากพูดถึงวิธีแก้ปัญหาขนส่งสาธารณะ หรือการเดินทางในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก คงไม่มีใครนึกถึงแบรนด์สกินแคร์ แต่แบรนด์สกินแคร์อย่าง The Ordinary กลับลุกขึ้นมาทำ
โดย The Ordinary เพิ่งเปิดตัว ‘The Ordinary Bus’ รถบัสฟรีที่วิ่งเชื่อมระหว่าง Domino Park ย่าน Williamsburg กับ Prospect Park ย่าน Brooklyn ทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องสมัครสมาชิก ขึ้นได้เลย ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ถึง 9 มิถุนายน 2026
ฟังดูแปลกไม่น้อยที่การเดินทางระหว่างสองสวนสาธารณะในเขตเดียวกันจะยุ่งยากขนาดนี้
เพราะเส้นทางรถไฟใต้ดินปกติจาก Williamsburg ไป Prospect Park ใช้เวลากว่า 50 นาที และต้องอ้อมเข้า Manhattan ก่อน ทั้งที่ถ้าวัดระยะทางตรงๆ บนแผนที่ สองจุดนี้ไม่ได้อยู่ห่างกันมากนัก นี่คือสิ่งที่นักวางผังเมืองเรียกว่า crosstown transit gap หรือปัญหาการขาดเส้นทางเชื่อมโซนในแนวนอนที่ระบบขนส่งสาธารณะของนิวยอร์กมีมาช้านาน
The Ordinary Bus จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการออกแบบรถบัสเพื่อเดินเส้นทางตรง ซึ่ง ตัดเวลาเดินทางให้เหลือเพียงครึ่งเดียวจากเดิม โดยรถบัสจะจอดที่ Kent Avenue & South 5th Street ฝั่ง Williamsburg และ Eastern Parkway หน้า Brooklyn Central Library ฝั่ง Prospect Park
ตารางเดินรถแบ่งตามวัน วันธรรมดาวิ่งตั้งแต่เที่ยงถึงสามทุ่ม ส่วนเสาร์อาทิตย์เริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสามทุ่มเช่นกัน ครอบคลุมทั้งคนที่อยากออกไปปิกนิกตอนเช้าและคนที่เพิ่งเลิกงานตอนเย็น
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวรถ แต่คือเหตุผลที่แบรนด์สกินแคร์เลือกทำสิ่งนี้
Amy Bi รองประธานฝ่ายแบรนด์ของ The Ordinary บอกว่า “ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ The Ordinary ยึดถือ นั่นคือเรื่องของการเขาถึง” และแคมเปญนี้คือการแปลคุณค่าที่แบรนด์ยึดถือออกมาเป็นเรื่องจริง
เธอกล่าวเล่าเพิ่มว่า “ระบบขนส่งสาธารณะเป็นสิ่งที่ทุกคนในเมืองนี้มีร่วมกัน มันเชื่อมคนข้ามย่าน ข้ามอุตสาหกรรม และข้ามพื้นเพ ซึ่งสะท้อนตัวตนของเราในฐานะแบรนด์ได้เป็นอย่างดี”
แบรนด์ยังตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสารประมาณ 1,000 คน ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ และมอบผลิตภัณฑ์สกินแคร์ฟรีให้แก่ผู้โดยสาร 100 คนแรกของแต่ละวัน และเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือการสร้างบทสนทนา และจุดประกายให้คนตั้งคำถามว่าทำไมปัญหานี้ถึงยังมีอยู่ในเมืองใหญ่ระดับโลก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์นี้ก้าวออกนอกโลกสกินแคร์
อย่างเมื่อปีที่แล้วไข้หวัดนกทำให้ราคาไข่พุ่งสูง The Ordinary ก็ทำแคมเปญขายไข่ในราคาเพียง 3.37 ดอลลาร์ต่อโหล เพื่อส่งสัญญาณว่าแบรนด์เชื่อมั่นในการตั้งราคาที่เป็นธรรม
เมื่อต้นปี 2026 แบรนด์นี้ก็ทำ The Markup Marché ป็อปอัปที่นำของธรรมดามาตั้งราคาสูงลิบพร้อมชื่อสไตล์สกินแคร์ เป็นต้นว่า อะโวคาโดเป็น “100% Natural Glow Enhancing Vitality Orb” ราคา 305.90 ดอลลาร์ และแอปเปิ้ลเป็น “Doctor-recommended Daily Vitamin Activator” ราคา 269.99 ดอลลาร์ เพื่อล้อเลียนวัฒนธรรมการตั้งราคาสินค้าความงามและการใช้คำศัพท์ซับซ้อนเพื่อการขาย โดยงานที่โตรอนโตนี้มีผู้เข้าชมกว่า 2,000 คน และหลายคนยอมรอคิวนานถึงสองชั่วโมง
คำถามที่ชาวเน็ตหลายคนชวนคิดชวนคุยก็คือ นี่คือ ‘การตลาด’ หรือ ‘การแก้ปัญหาจริง’ คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ ก็เป็นมันทั้งสองอย่างนี่แหละ และนั่นคือจุดที่ทำให้การตลาดของ The Ordinary น่าสนใจ
เพราะอย่างแคมเปญ The Ordinary Bus เองก็แก้ปัญหาจริงสำหรับคนที่ต้องข้ามเดินทางในฤดูร้อนในนิวยอร์ก และเป้าหมายจริงๆ ของแบรนด์ก็คือการทำให้คนได้หยุดคิดว่า ทำไมแบรนด์สกินแคร์จึงต้องมาทำในสิ่งที่หน่วยงานรัฐควรทำ และนั่นเป็นคำถามที่ทรงพลังกว่าโฆษณาใดๆ
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://cosmeticsbusiness.com/the-ordinary-spotlights-new-york-transit-problem-with-free-bus-service