ไม่พบผลการค้นหา
‘ยศชนัน’ เปิดเวทีวิศวกรรมไทย ปลุกพลังเยาวชนสู่อนาคต AI–ควอนตัม–นวัตกรรม ชูศักยภาพคนไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก ขับเคลื่อนประเทศด้วยวิศวกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ในงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 พร้อมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “วิศวกรรมและอุดมศึกษาไทยในปัจจุบันและอนาคต“ โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผช.รมต. ประจำ อว. ทพ.ญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภา สจล. รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ผู้บริหารกระทรวง อว. สจล. คณาจารย์และนักศึกษา เข้าร่วม ณ หอประชุมใหญ่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 เป็นเวทีที่สะท้อนศักยภาพของวิศวกรและเทคโนโลยีไทย พร้อมทั้งเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนทั่วประเทศที่กำลังมองหาเส้นทางอนาคตในสายวิศวกรรมศาสตร์ โดยเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงองค์ความรู้เชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรม และขับเคลื่อนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังค้นหาแนวทางการศึกษาในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีควอนตัม อวกาศ หรือพลังงานสะอาด สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเร่งตามเทคโนโลยีปลายทาง แต่คือการสร้างรากฐานความรู้ที่แข็งแกร่ง (Fundamental Knowledge) อาทิ แคลคูลัส พีชคณิตเชิงเส้น วัสดุศาสตร์ เคมี และชีววิทยา ซึ่งเป็นแก่นความรู้ที่มั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลง การมีพื้นฐานที่ดีควบคู่กับความสนใจและความหลงใหล (Passion) จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

“หากคนไทยกล้าคิด กล้าทำ และกล้าฝัน ประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ และพัฒนาไปสู่อนาคตที่เข้มแข็งได้อย่างไม่สิ้นสุด” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 6 เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักเรียนจากทั่วประเทศได้เข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจและเส้นทางสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยมีภาครัฐ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และผู้ปกครอง ร่วมกันสนับสนุนการเปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้เยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์จริงด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

นายกสภา สจล. กล่าวต่อว่า สจล. ยึดมั่น “สจล. โมเดล” ที่เชื่อว่าการเรียนรู้จะเกิดความหมายอย่างแท้จริงเมื่อได้ลงมือปฏิบัติ ผ่านห้องปฏิบัติการ เวิร์กช็อป การใช้เครื่องมือ การทดลอง และการเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมในหลากหลายสาขา ซึ่งล้วนเป็นผลงานที่มุ่งตอบโจทย์และแก้ปัญหาจริงของประเทศ

ด้าน รศ.ดร.สมยศ กล่าวว่า งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การฝึกปฏิบัติการ (Lab) กว่า 50 หัวข้อ การแข่งขัน Hackathon การจัดแสดงนวัตกรรม และเวทีเสวนาจากภาคอุตสาหกรรม รวมถึงไฮไลต์สำคัญคือการลงนามความร่วมมือด้าน Quantum Computing ระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวิทยาศาสตร์ สจล.

“งานดังกล่าวเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากผู้เข้าร่วมราว 4,000–5,000 คนในปีแรก เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 20,000 คนในปีนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นจากโรงเรียน ผู้ปกครอง และเยาวชนที่มีต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยการสร้างแรงบันดาลใจ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างวิศวกร” คณบดีคณะวิศกรรมศาสตร์ สจล. กล่าว

หลังจากนั้น ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเทคโนโลยีควอนตัม ระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและยกระดับศักยภาพการวิจัยของประเทศในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมกันนี้ ยังได้มีการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและผลงานวิจัยของ สจล. กว่า 30 หลักสูตร อาทิ CIRA-CORE, GNSS and Weather Center, รถไฟแบตเตอรี่ไร้คนขับ, เทคโนโลยีกราฟีน และสารกันไฟป่า เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสองค์ความรู้และนวัตกรรมจริงจากผลงานวิจัยของสถาบันอย่างใกล้ชิด