ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (16 พฤษภาคม 256) ว่า งานวิจัยต้องไม่อยู่บนหิ้ง แต่ต้องเป็น "เครื่องยนต์วิจัยของชาติ" ที่กินได้และแก้ปัญหาได้จริง
เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมรู้สึกภูมิใจและมีความหวังมาก ผมได้ชวนพี่ๆ น้องๆ รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจาก 6 กระทรวง ลงพื้นที่เยือน สวทช. (อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย) ซึ่งเรากำลังร่วมกันผลักดันโมเดล “Synergistic Government” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายของผมชัดเจนครับ คือการเปลี่ยน สวทช. ให้กลายเป็น “เครื่องยนต์วิจัยของชาติ” โจทย์หลังจากนี้คืองานวิจัยต้องไม่อยู่บนหิ้ง แต่ต้องลงมาแก้โจทย์จริงของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และพี่น้องประชาชน โดยเราได้ปักหมุดใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ดังนี้ครับ
ด้านการแพทย์ เรากำลังจัดตั้ง Medical AI Center และใช้กระบวนการวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) เพื่อให้คนไทยสามารถผลิตเครื่องมือแพทย์ราคาสูงได้เอง ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาของประชาชน
ด้านการเกษตร เราได้โชว์ศักยภาพ “ข้าวสุวรรณภูมิ 1 (หอมสยาม 2)” นวัตกรรมปุ๋ยคีเลท (ChelaPlant-Nano) และเทคโนโลยีชีวภัณฑ์ (Biocontrol) เพื่อลดการใช้สารเคมี และเพิ่มรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน
ด้านพลังงานสะอาด มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่และการรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร เพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ด้านการศึกษา เรายังมีแพลตฟอร์ม LEAD Education สำหรับการเรียนรู้รายบุคคล และโครงการ KidBright ที่ช่วยสร้างความฉลาดทาง AI ให้เยาวชนไทยได้อย่างเท่าเทียมกัน
กลไกสำคัญที่ผมนำมาใช้ คือการส่งทีมนักวิจัยเข้าไปสนับสนุนแต่ละกระทรวงโดยตรง โดยจะเริ่มจากโครงการนำร่องในรูปแบบ Sandbox ก่อนจะขยายผลในระดับประเทศ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยสร้างเศรษฐกิจใหม่และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างยั่งยืน
ตัวอย่างที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริงและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมคือ "Traffy Fondue" นี่คือผลงานวิจัยจากเนคเทค (NECTEC) สวทช. ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในพื้นที่ กทม. และในวันนี้เรากำลังขยายผลต่อไปยังกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐอีกหลายแห่งทั่วประเทศ ผมยังคงเชื่อมั่นเสมอครับว่า "ประเทศนี้มีของดีอยู่เต็มมือ"
ใน สวทช. และหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทย เรามีนักวิจัยเก่ง ๆ อยู่จำนวนมาก มันสมองของคนไทยนั้นไม่ธรรมดาเลยครับ หน้าที่ของผมคือการพางานวิจัยเหล่านี้ออกมารับใช้ชาติและช่วยแก้ไขปัญหาให้คนไทยด้วยกัน เพื่อทำให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลายเป็น Backbone และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง