ไม่พบผลการค้นหา
'จาตุรนต์' หนุนยกเลิกกักขังแทนค่าปรับ เสนอใช้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์แทน ชี้ลงโทษอย่างเป็นธรรมต้องลดช่องว่างคนจน–คนรวย

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายกฤช เอื้อวงศ์ กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย รับหนังสือเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับ จาก รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และนักศึกษาวิชาบริการกฎหมายเพื่อสังคม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์เข้ารับหนังสือ

เนื้อหาข้อเสนอระบุว่า การกักขังแทนค่าปรับทำให้ผู้ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับต้อง “ติดคุกเพราะจน” แม้กฎหมายเปิดทางให้ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนได้ แต่ในทางปฏิบัติยังมีผู้ได้รับอนุญาตไม่ถึง 10% ขณะที่แต่ละปีมีผู้ถูกกักขังแทนค่าปรับสูงถึง 40,000–50,000 คน จึงเสนอแก้ไขมาตรา 29 และ 30 เพื่อยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับ และใช้มาตรการทำงานบริการสังคมแทนอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง เคยศึกษาประเด็น “กระบวนการยุติธรรมกับปัญหาความยากจน” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยเห็นว่า ค่าปรับจำนวนเดียวกันอาจดูเหมือนเท่าเทียมในทางกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงส่งผลกระทบต่อคนจนและคนมีฐานะแตกต่างกันอย่างมาก คนมีฐานะสามารถจ่ายค่าปรับแล้วจบคดีได้ ขณะที่คนจนเมื่อไม่มีเงินจ่ายกลับต้องสูญเสียอิสรภาพ จึงควรปรับระบบลงโทษให้คำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคมมากขึ้น ทั้งการผ่อนชำระค่าปรับ หรือการทำงานบริการสังคมและสาธารณประโยชน์แทนการกักขัง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทยว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวในหลักการ เพราะเป็นมาตรการสำคัญในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ลดการลงโทษที่ซ้ำเติมความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม พร้อมเห็นว่า มาตรการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ไม่ควรถูกใช้เฉพาะกับผู้ยากจนเท่านั้น แต่ควรนำมาใช้กับผู้มีฐานะด้วย เพื่อให้การลงโทษมีความหมายและเป็นธรรมมากขึ้น

“สำหรับผู้ที่มีฐานะ โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือทักษะเฉพาะด้าน การชำระค่าปรับเพียงไม่กี่หมื่นบาทอาจเป็นภาระที่น้อยมาก แต่หากให้เขาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น ถ่ายทอดความรู้หรือบรรยายให้นักศึกษาและประชาชนฟังในเรื่องที่เขาเชี่ยวชาญ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม และไม่ทำให้ผู้กระทำผิดรู้สึกด้อยคุณค่าแล้ว ในทางเศรษฐศาสตร์ เวลาที่เขาต้องสละไปอาจมีมูลค่าสูงกว่าค่าปรับ และทำให้ผู้มีฐานะตระหนักและเกรงกลัวต่อการกระทำผิดมากขึ้นด้วย” นายจาตุรนต์ กล่าว

จาตุรนต์ปริญญา เทวานฤมิตรกุลS__10444883_0.jpgS__10444885_0.jpgพริษฐ์โรมS__10444887_0.jpg