ไม่พบผลการค้นหา
'ณัฐวุฒิ' มองการเมืองหลังจากนี้ รัฐบาลใหม่ปฏิบัติหน้าที่ได้ก่อนสงกรานต์ ชี้ภารกิจหินคือผลกระทบสงคราม น้ำมัน ราคาสินค้า ชี้ภูมิใจไทยวันนี้แข็งแรงที่สุด แม้มีสงครามมหาอำนาจเป็นด่านทดสอบใหญ่

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ (20 มีนาคม 2569) ว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ปฏิบัติหน้าที่ได้ก่อนสงกรานต์

การอภิปรายแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ไม่ได้เป็นข้อกฎหมายหรือข้อบังคับ และไม่มีผลต่อคะแนนโหวต แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ถูกสร้างใหม่ เพิ่มพื้นที่การแสดงออกทางการเมือง

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมพรรคแกนนำฝ่ายค้านไม่ใช้เนื้อหาและท่าทีเดียวกัน ในการอภิปรายว่าที่นายกฯตอนโหวตรัฐบาล MOA

คำตอบคือ ไม่รู้ครับ

มีคนจับตามอง สส.พรรคเพื่อไทยขานชื่อนายอนุทิน ซึ่งเท่าที่เห็นก็ชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีใครลดเสียงก้มหน้า รีบลุกรีบนั่งจนเสียอาการ ทั้งนี้เพราะเป็นการดำเนินการตามระบบรัฐสภา พรรคอันดับ 3 ลงคะแนนให้นายกฯจากพรรคอันดับ 1 ตามผลการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนในสนามเลือกตั้ง

ถ้าเพื่อไทยได้ที่ 1 นายกฯต้องชื่อยศชนัน แต่เมื่อผลการเลือกตั้งเป็นเช่นนี้ เพื่อไทยก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเชื่อว่าในสถานการณ์นี้ คนส่วนใหญ่อยากให้มีรัฐบาลอำนาจเต็มโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหา

พรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่งดออกเสียง ไม่โหวตให้ทั้งหัวหน้าเท้งและนายกฯหนู บางคนเรียกว่าเป็นพรรครอร่วมรัฐบาล แต่ถ้ามองชัดๆก็พอเห็นองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น พรรคส้มประกาศว่าไม่ได้เป็นการตั้งรัฐบาลแข่ง เท่ากับก่อนโหวตไม่มีการพูดคุยไม่มีข้อตกลง ไม่ได้คาดหวังคะแนนจากพรรคฝ่ายค้านด้วยกัน

ตอนหาเสียงพรรคประชาชนประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม วันนี้จะให้กล้าธรรมขานชื่อหัวหน้าเท้งก็คงแปลกอยู่ ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านถือเป็นภาคบังคับของพรรคที่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว

จะมีใครเป็นพรรครอร่วมรัฐบาลจริงหรือไม่ คำตอบอยู่ในกาลเวลา

สีสันฉูดฉาดที่สุดในสภาคือ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน โหวตให้นายกฯอนุทิน เชื่อว่าคงมีมาตรการตอบโต้จากพรรคสีส้มต่อตัวส.ส.คนดังกล่าว และน่าติดตามว่าเมื่อแผ่แม่เบี้ยมาแล้ว 1 อัตรา เดินไปข้างหน้าจะมีงูเห่าสีส้มเพิ่มจำนวนขึ้นหรือไม่

จังหวะจี๊ดใจคอการเมือง คือตอนนายกฯหนูเอ่ยขอบคุณผู้ลงคะแนนให้เป็นนายกฯตั้งแต่เดือนกันยายน 68 ไม่รู้ตั้งใจขอบคุณใครบ้าง และไม่รู้คนที่ถูกเอ่ยขอบคุณจะรู้สึกอย่างไร

นอกนั้นเป็นบรรยากาศของสภา ซึ่งสำนักข่าวต่างๆ รายงานตลอดวัน

การเมืองหลังจากนี้ รัฐบาลจะเริ่มงานด้วยภารกิจมหาหิน คือการรับมือผลกระทบจากสงคราม ทั้งการจัดการเรื่องน้ำมัน ราคาสินค้า และอีกหลากหลายปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และเร่งด่วนที่สุด ทุกพรรคต้องช่วยกันเต็มกำลัง

4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูน ธรรมชาติของรัฐบาลผสมที่อาจมีทั้งเรื่องที่เห็นด้วยและเห็นต่างกัน เป็นอีกมุมที่ถูกจับตามองว่าจะส่งผลในการผลักดันนโยบายและแก้ปัญหาต่างๆอย่างไร

การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการจัดการเลือกตั้ง จะยังคงมีต่อเนื่อง แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าถึงที่สุดจะมีคำวินิจฉัยว่าเลือกตั้งคราวนี้ไม่เป็นโมฆะ ข้อนี้มั่นใจมาก โดยพิจารณาจากบริบททางการเมืองเป็นสำคัญ

พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน มีการบ้านข้อใหญ่ที่ต้องสรุปบทเรียนจากความพ่ายแพ้

พรรคกล้าธรรม เมื่อไม่อยู่ในสมการพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีโจทย์ยากทางการเมืองอีกแบบหนึ่ง

พรรคภูมิใจไทยวันนี้แข็งแรงที่สุด แม้มีสงครามจากเกมมหาอำนาจเป็นด่านทดสอบใหญ่ แต่บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมทางการเมืองในประเทศยังเป็นใจ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ คงประคองอำนาจไปได้

ยกเว้นผลแห่งสงครามบานปลายจนเอาไม่อยู่จริงๆ ก็ต้องประเมินกันใหม่

ค่อยๆ ดูกันไปครับ การเมืองไทยไม่ได้เดินเร็วนักหนาหรอก 20 ปีล่วงแล้วยังไม่ไปไหนเลย