ไม่พบผลการค้นหา
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยัน ไม่กระทบความสัมพันธ์ร่วมรัฐบาล แม้พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อสมาชิกจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทย เตรียมหารือหาจุดร่วมและขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ

วันที่ 4 มิถุนายน 2569  นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมติพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ถอนชื่อสมาชิกที่ร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เพราะเกรงว่าเนื้อหาขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า เมื่อมีสมาชิกพรรคการเมืองบางส่วนให้ถอดชื่อออกจากร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ตนพร้อมรับฟังและต้องเคารพซึ่งกันและกัน เพราะถือเป็นเอกสิทธิของสมาชิกที่จะดำเนินการได้ โดยเป็นเรื่องปกติในสภาที่เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้ง หรือกระทบกับความสัมพันธ์ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตนได้ทราบล่วงหน้าจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงความห่วงใยในร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะต้องกลับไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ถึงเหตุผลและแนวคิดที่เป็นข้อห่วงใยหรือความสุ่มเสี่ยงทางกฎหมาย รวมถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะต้องกลับไปหารือกันถึงปัญหาข้อห่วงใยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ 

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือความร่วมมือร่วมใจกัน เนื่องจากการลงมติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของรัฐสภา โดยจะต้องมีเสียงของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของวุฒิสภา ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงต้องนำกลับมาพิจารณาให้ถี่ถ้วน และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหลักการ เพราะต้องเคารพเสียงประชาชน และพรรคเพื่อไทยไม่สามารถลงชื่อและผลักดันการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้โดยพรรคเดียว พร้อมยอมรับว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยจะเป็นร่างหลักในการพิจารณา เพราะมีเสียงในสภามากที่สุด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการ แต่เป็นไปตามเสียงทางการเมืองที่มีอยู่ในสภา

ส่วนร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะถูกปัดตกในรัฐสภา หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคทำงานแบบหวังผล เพื่อขับเคลื่อนในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ ซึ่งต้องทำงานเพื่อให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจน แต่สุดท้ายจะสามารถขับเคลื่อนไปสู่การมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้หรือไม่นั้น จะต้องมีการทบทวนและพูดคุยกับหลายฝ่าย และยังมีอีกหลายกลไกที่จะขับเคลื่อนแนวคิดของพรรคเพื่อไทยได้

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคการเมืองใดก็ตาม ไม่สามารถเริ่มด้วยความขัดแย้ง แต่ต้องพยายามสงวนจุดร่วม หาจุดที่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้ในการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากพรรคการเมืองต่างยืนประจันหน้ากันสุดท้ายการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไปไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้น พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะรับฟังทุกฝ่าย และเชื่อมั่นว่าร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยเป็นประโยชน์สูงสุดและเป็นประชาธิปไตย โดยที่ไม่ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายเท่านั้นจะสามารถผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นได้จริง