ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว.) (Technology and Innovation in Life Sciences National Agency: TILSNA) (Board Orientation) โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. นางศรินยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานกรรมการ สทนว. นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและขยายผลนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพไทยสู่ตลาดภาครัฐ ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการ สทนว. และกรรมการและเลขานุการ สทนว. ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ตลอดจนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม ณ Sindhorn Kempinsk Hotel Bangkok ห้อง Sindhorn 3 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า บทบาทของ สทนว. ในปัจจุบัน ควรเปลี่ยนจากผู้ให้ทุนเป็นผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม รวมทั้งเปลี่ยนจากหน่วยงานสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เป็นทั้งหน่วยงานขับเคลื่อนภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic mission agency) ผู้บูรณาการเศรษฐกิจชีวภาพแห่งชาติ และผู้ผลักดันอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมจึงได้กำหนดทิศทางการทำงานเชิงรุกผ่าน 7 นโยบายสำคัญ ได้แก่
นโยบายที่ 1 คือการมุ่งตอบโจทย์ท้าทายที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติทางชีววิทยาศาสตร์ โดย สทนว. จะเป็นเจ้าภาพหลักในการกำหนดโจทย์วิจัยระดับชาติที่มีเป้าหมายระยะยาว 10 ปี พร้อมผนึกกำลังมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศให้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ
นโยบายที่ 2 คือการสร้างสะพานเชื่อมสู่นวัตกรรม เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง ก้าวข้ามความสำเร็จที่จำกัดอยู่เพียงการตีพิมพ์บทความทางวิชาการ โดยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานพันธมิตร ทั้ง NIA, NVI, PMU C และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
นโยบายที่ 3 คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม Bio Venture Builder เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างบริษัทใหม่จากมหาวิทยาลัย โดยร่วมมือกับ NIA อย่างใกล้ชิด ซึ่งเราตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า ประเทศไทยจะต้องมี Deep Tech Startup ระดับโลก และกำเนิดยูนิคอร์น (Unicorn) ด้านสุขภาพของประเทศให้สำเร็จ
นโยบายที่ 4 คือการเร่งรัดการทดลองทางคลินิกระดับภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูงมาก แต่กระบวนการทดลองทางคลินิก (Clinical Trial) ยังคงใช้เวลานาน สทนว. จึงจะก้าวเข้ามาเป็น One-stop Service เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
นโยบายที่ 5 คือการจัดทำ ธนาคารชีวภาพระดับชาติและแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพ เนื่องจากในยุคนี้ข้อมูลคือทรัพยากรใหม่ที่มีมูลค่ามหาศาล เราจึงต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
นโยบายที่ 6 และ 7 คือการทำหน้าที่เป็นกงล้อขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจชีวภาพ โดยต้องเดินหน้าทำงานเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายระดับโลกอย่างรอบด้าน
“นโยบายทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมและยกระดับอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของไทยให้สามารถแข่งขันได้บนเวทีโลก” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม