ไม่พบผลการค้นหา
อย่าคิดว่านอนมา ถ้าไม่ออกลงคะแนน เราอาจนอนยาว... ชัชชาติ เบอร์ 9 เปิด 'ทริปทัวร์ทั่วกรุง' หาเสียง 24 ชั่วโมง โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ชวนคนกรุงออกไปใช้สิทธิ 28 มิ.ย. นี้ ย้ำ! ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกคะแนนคือคำสั่งจากประชาชนที่ต้องรับฟังและนำไปปรับปรุง

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 เปิดกิจกรรมหาเสียงโค้งสุดท้าย ภายใต้ชื่อ “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” ที่บริเวณลานรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี 

โดยเป็นการหาเสียงต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงทั่วกรุงเทพฯ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนรับรู้ว่า วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. พร้อมเชิญชวนให้ออกไปใช้สิทธิกันให้มากที่สุด

ชัชชาติกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการย้ำให้คนกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเลือกใครก็ขอให้ออกไปใช้สิทธิ ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เพราะทุกคะแนนคือการแสดงเจตจำนงของประชาชน และจะเป็นฉันทามติให้ผู้ว่าฯ คนใหม่และ สก. ชุดใหม่ เข้าไปบริหารกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกิจกรรม “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” นั้น จะเป็นกาาเดินทางหาเสียงให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ภายใน 24 ชั่วโมง โดยเริ่มจากพื้นที่ช่องนนทรี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ก่อนเดินทางต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในเมือง รอบนอก และฝั่งธนบุรี

ชัชชาติ ยังอธิบายชื่อกิจกรรมว่า “ทริป” มาจากชื่อเล่นของตน ส่วน “ทัวร์” หมายถึงการเดินทาง และ “ทั่วกรุง” คือการเดินทางไปให้มากที่สุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการเลือกตั้งที่ในปีนี้ดูเงียบเหงากว่าทุกครั้ง 

กิจกรรมหลักตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบด้วย เดินเท้าหาเสียงในเมือง เริ่มจากช่องนนทรี เดินไปยังสวนลุมพินี เพื่อพบปะประชาชนในพื้นที่ใจกลางเมือง และสื่อสารให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้ง

ใช้ขนส่งสาธารณะและจักรยานเชื่อมต่อพื้นที่ โดยชัชชาติจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ขี่จักรยานแบบ bike sharing ในบางช่วง และใช้รถแห่หาเสียง เพื่อสะท้อนการเดินทางหลากหลายรูปแบบของคนกรุงเทพฯ พร้อมพบประชาชนระหว่างทาง

ตระเวนทั่วกรุงเทพฯ ทั้งพื้นที่เหนือ ตะวันออก และฝั่งธนบุรี หลังจากลงพื้นที่ในเมือง จะเดินทางต่อไปยังพื้นที่รอบนอก เช่น ห้วยขวาง ดอนเมือง และพื้นที่ตะวันออกของกรุงเทพฯ ก่อนกลับเข้าเมืองช่วงเช้ามืด และเดินทางต่อไปยังฝั่งธนบุรี รวมถึงพื้นที่สำคัญบริเวณสมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อหาเสียงและเชิญชวนประชาชนออกไปเลือกตั้ง

ชัชชาติกล่าวถึงเหตุผลที่ต้องหาเสียง 24 ชั่วโมงว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้มีชีวิตเฉพาะกลางวัน แต่ยังมีคนจำนวนมากที่ทำงานกลางคืนและขับเคลื่อนเมืองอยู่ตลอดเวลา ทั้งพนักงานเก็บขยะ แม่ค้า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล รถพยาบาล รถฉุกเฉิน และคนทำงานกะดึกที่อาจใช้ชีวิตคนละเวลากับคนทั่วไป จึงอยากใช้กิจกรรมนี้ไปพบคนกลุ่มเหล่านี้ พร้อมย้ำว่า “ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12 ชั่วโมง แต่ต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง”

นอกจากนี้ การลงพื้นที่กลางคืนยังเป็นโอกาสให้ได้เห็นปัญหาเมืองในอีกมุมหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องไฟส่องสว่าง จุดมืด หรือจุดที่ไฟดับ ซึ่งสามารถนำกลับไปปรับปรุงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนได้ต่อไป

เมื่อถูกถามว่าร่างกายพร้อมสำหรับการหาเสียง 24 ชั่วโมงหรือไม่ ชัชชาติกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “พร้อมครับ” แต่อาจมีจังหวะพักหลับบ้าง โดยทีมงานเตรียมพื้นที่พักไว้ และจะมีการสลับรูปแบบกิจกรรมระหว่างเดินทาง ลงพื้นที่ และกลับเข้าสตูดิโอ

สำหรับการหาเสียงตลอด 31 วันที่ผ่านมา ชัชชาติระบุว่า เป็นช่วงเวลาที่สนุก โดยเฉพาะการลงพื้นที่พบประชาชน เพราะทำให้ได้รับฟังปัญหาใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นจำนวนมาก และหลายเรื่องสามารถนำกลับไปคิดต่อเป็นนโยบายได้

เมื่อถูกถามว่าถ้าวันผลคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้อาจลดลงต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว จะรู้สึกอย่างไร ชัชชาติกล่าวว่า ทุกคะแนนมีค่าและเป็นคำสั่งจากประชาชน ไม่ว่าจะได้คะแนนมากหรือน้อยก็ต้องยอมรับ และนำไปพิจารณาว่าต้องปรับปรุงอะไรต่อไป

ชัชชาติยังกล่าวถึงความกังวลเรื่องฝนฟ้าอากาศในวันเลือกตั้งว่า อยากให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะหากฝนตกช่วงบ่ายอาจทำให้การเดินทางลำบาก รวมถึงบางหน่วยเลือกตั้งอาจมีการเปลี่ยนสถานที่ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า และรีบไปใช้สิทธิก่อนจะไปทำกิจกรรมอื่น

หลังจากเปิดกิจกรรม “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” ชัชชาติได้ขึ้นปราศรัยกลางลานรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี โดยกล่าวถึงนโยบายพัฒนาเมืองในหลายมิติ ทั้งการเดินทาง คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม 

ชัชชาติกล่าวถึงปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสว่า เป็นเรื่องที่ต้องเดินหน้าเจรจาให้ประชาชนสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้ในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น พร้อมผลักดันระบบตั๋วร่วม ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงการพัฒนาพื้นที่เมือง เช่น สวนช่องนนทรี ซึ่งดำเนินการแล้ว 3 เฟส และมีแนวทางต่อยอดให้เชื่อมต่อไปถึงพระราม 3 เพื่อเพิ่มพื้นที่เดิน ออกกำลังกาย และทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้น

ในด้านคุณภาพชีวิต ชัชชาติชูนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยระบุว่า 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 2.6 ล้านต้น และตั้งเป้าปลูกเพิ่มอีก 2 ล้านต้น รวมถึงพัฒนาสวนขนาดใหญ่ 6 แห่ง และสวน 15 นาที ให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวใกล้บ้านได้ง่ายขึ้น

ชัชชาติยังกล่าวถึงการแก้ปัญหา PM 2.5 ว่า ต้องอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และทำต่อเนื่องตลอดปี ไม่ใช่รอให้ถึงฤดูฝุ่นแล้วจึงเริ่มทำ โดยย้ำว่า กทม. ดำเนินมาตรการหลายด้าน ทั้งควบคุมรถควันดำ ลดการเผาในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ และทำงานร่วมกับจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งช่วยให้จำนวนวันที่ฝุ่นสูงลดลง เป็นต้น จากนั้นชัชชาติได้เน้นย้ำให้คนกรุงเทพฯ​ ออกไปเลือกตั้งให้มากที่สุด

“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรมองว่าใคร “นอนมา” ถ้าใครบอกว่าชัชชาตินอนมา อย่าไปเชื่อนะ เพราะถ้าคิดว่านอนมาอยู่แล้ว และทุกคนอยู่บ้าน ไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง คงได้นอนยาวแน่ ดังนั้น อยากชวนคนกรุงเทพฯ อย่านอนทับสิทธิ และออกไปเลือกผู้ว่าฯ กทม. กับ สก. ที่ตนไว้วางใจให้มากที่สุด” ชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า