จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ 1 ในผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (17 ธันวาคม 2568) ว่า เมื่อวาน (16 ธันวาคม 2568) ผมได้พูดถึงนโยบายเรื่องเร่งด่วนที่จะทำทันทีถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล โดยหนึ่งในนั้นคือนโยบาย “ล้างหนี้ให้คนไทย” ที่ผ่านมา รัฐบาลเพื่อไทยได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 6 ล้านราย ลดภาระหนี้ได้ 4 แสนล้านบาท และเราต้องการจะสานต่อนโยบายที่ทำไปแล้วด้วย 5 มาตรการ ตามรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ครับ
1. นโยบายผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด
สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP อยู่ที่ 86.3% โดยมีหนี้สินเฉลี่ยอยู่ที่ 740,597 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นสัดส่วนหนี้ในระบบ 65% และหนี้นอกระบบ 35% สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยไม่ได้เป็นหนี้น้อยลง แต่เข้าถึงสินเชื่อในระบบยากขึ้น จึงต้องหันไปพึ่งนอกระบบแทน
นโยบายนี้จะสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนที่มีหนี้สินในระบบผ่อนชําระตรงเวลา โดยประชาชนที่มียอดหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท เมื่อผ่อนตรงตามกำหนด จะตัดยอดหนี้ให้ 1 งวด (ไม่เกิน 5,000 บาท) สำหรับผู้ที่เป็นหนี้กับธนาคารรัฐเท่านั้น
2. นโยบายล้างหนี้ประชาชน
ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนมากกว่าปกติเพื่อลดภาระหนี้ เช่น ยกเว้นดอกเบี้ยคงค้างทั้งหมดและค่าธรรมเนียม หรือลดยอดเงินต้นบางส่วน
ประชาชนที่มีหนี้เสียไม่มีหลักประกันตํ่ากว่า 200,000 บาท ค้างชําระเกิน 3 ปี จ่ายหนี้ 10% ของยอดหนี้แล้วปิดจบภายใน 3 เดือน โดยเป็นมาตรการเฉพาะกิจครั้งเดียว
3. นโยบายล้างหนี้นอกระบบ
ประชาชนที่มีรายได้ตํ่า รายได้ไม่แน่นอน เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ ไม่มีหลักประกัน หรือมีประวัติเครดิตไม่ดี ทําให้ต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยสูงผิดกฎหมาย
เราจะให้ธนาคารของรัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยตํ่าเพื่อปิดหนี้นอกระบบ รายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี (ปกติ 15% ต่อปี) ซึ่งรัฐจะสนับสนุนดอกเบี้ยส่วนต่าง
4. นโยบายล้างหนี้วัยเกษียณ
ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินออม ต้องอาศัยบุตร ครอบครัว ไม่สอดคล้องกับภาระค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และค่าดูแลเมื่อสูงวัยสูงขึ้น (ตามวัยและโรค) ขาดการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี
เราจึงเสนอนโยบายล้างหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันและตํ่ากว่า 100,000 บาท สําหรับผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปทุกคน ภายใน 3 เดือน โดยธนาคารของรัฐ
5. นโยบายพักหนี้ คืนชีวิตเกษตรกร
พักเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เพื่อฟื้นความสามารถในการผลิตของเกษตรกร และลดภาระหนี้ในช่วงที่ต้นทุนการผลิตสูง รายได้ผันผวน และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรสามารถลงทุนในปัจจัยการผลิต
ผมขอย้ำว่ามาตรการแก้หนี้ไม่ใช่การแจกเงิน ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อแก้ปัญหาที่ฐานรากของเศรษฐกิจ ซึ่งมีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้ครับ