ไม่พบผลการค้นหา
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกคำสั่งเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ตามกฎอัยการศึก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเร่งติดตามกลุ่มก่อเหตุรุนแรง

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.50 น. ได้เกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงลอบยิงและใช้วัตถุระเบิดกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4509 บริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ โดยหลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีและยังคงซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกคำสั่งที่ 131 / 2569 ลงนามโดย พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 (มาตรา 6, 8, 9, 11 และ 15 ทวิ) บังคับใช้มาตรการทางยุทธการและการรักษาความสงบเรียบร้อยระดับเข้มข้นทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส ให้เจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนปฏิบัติการดังต่อไปนี้

1. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ในการตั้งจุดตรวจค้นในเส้นทางสาธารณะ ตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัย มีอำนาจในการค้นเคหสถาน ที่เชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ และมีอำนาจจับกุมและกักตัวผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยในการเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ

2. ในการใช้อำนาจ ตรวจค้น จับกุม ตามข้อ 1 นั้น ให้ดำเนินการตามแนวทาง คำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ 59/50 ลง 7 มี.ค.50 เรื่อง กฎการใช้กำลังของกองทัพไทย อนุผนวก 2 กฎการใช้กำลังเฉพาะการปฏิบัติการทางบกในการรักษาความมั่นคงภายใน ประกอบ ผนวก ข กฎการใช้กำลังเฉพาะในการใช้กำลังทางบก โดยสามารถใช้อาวุธเมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรง ที่มีพฤติการณ์จะก่อภัยอันตรายต่อกำลังพลฝ่ายทหารได้ทันที ภายใต้หลักการความจำเป็นและความได้สัดส่วน

3. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการทางยุทธการ การรักษาความสงบเรียบร้อยและด้านความมั่นคงในพื้นที่ โดยการใช้อำนาจในการตรวจค้น ตามมาตรา 9 การห้าม ตามมาตรา 11 การจับกุมและกักตัว ตามมาตรา 15 ทวิ ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 และใช้อำนาจอื่น ๆ ตาม มาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ตามความเหมาะสมแห่งสถานการณ์ เพื่อการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุความรุนแรง ให้เกิดความสงบเรียบร้อย และรักษาความสงบในพื้นที่

4. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่

5. การมีผลบังคับใช้ตามคำสั่งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้การยกระดับมาตรการในครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดในการกระชับพื้นที่เพื่อ ติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างสูงสุด

กฎอัยการศึก นราธิวาสกฎอัยการศึก นราธิวาส