ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า วันนี้หญิง เจอข่าวกระทรวงศึกษาธิการ หยิบเรื่อง NQF มาดำเนินการจริงจัง
ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่หยิบประเด็นกรอบคุณวุฒิแห่งชาติขึ้นมาเดินหน้าต่ออย่างจริงจัง เพราะเรื่องนี้เป็นโครงสร้างสำคัญของการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ
ประเด็นเรื่อง “การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ” ถือว่าสำคัญมาก หากมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จะทำให้เรากำหนดมาตรฐานหลักสูตรได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเทียบระดับ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ NQF National Qualifications Framework การเชื่อมกับมาตรฐานอาชีพ หรือการทำธนาคารหน่วยกิต ทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ดิฉันก็ได้มีโอกาสผลักดันในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ เรื่องสร้างให้หลักสูตร สกร. ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพโดยเริ่มต้นนำร่องไป 15 หลักสูตร รวมทั้งแนวคิดธนาคารหน่วยกิต การเทียบประสบการณ์ทำงานเป็นคุณวุฒิ และการเชื่อมการเรียนรู้กับมาตรฐานอาชีพ ดีใจที่วันนี้แนวคิดเหล่านี้ถูกนำมาต่อยอดต่อไป
ภาพใหญ่ที่อยากเห็น คือการทำให้ระบบการศึกษาไทย ขยับจาก “ระบบใบปริญญา” ไปสู่ “ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต” เรียนเมื่อไรก็ได้ เทียบโอนได้ Upskill ได้จริงและสำคัญที่สุด ต้องสร้างรายได้จริงให้คนไทย ซึ่งตรงนี้เอง เชื่อมกับแนวคิดที่พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันอย่าง “เรียนได้งบ จบได้งาน” ทำให้การเรียนรู้ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนในชีวิต รัฐช่วยซัพพอร์ตงบการเรียน ระบบคุณวุฒิช่วยรับรองสมรรถนะ และตลาดแรงงานช่วยดูดซับคนเข้าสู่งานที่มีคุณภาพ
ถ้า NQF เดินหน้าได้จริง มันจะเป็นโครงสร้างสำคัญที่ทำให้ Learn นำมาสู่การ Earn เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ คนทำงาน หรือแรงงานนอกระบบ ทุกคนสามารถกลับมาเรียน Upskill และเพิ่มรายได้ได้ตลอดชีวิต
เมื่อเรื่องนี้สำเร็จ NQF จะไม่ใช่แค่กรอบคุณวุฒิ แต่จะเป็นโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจฐานทุนมนุษย์ของประเทศค่ะ