ไม่พบผลการค้นหา
'พงศ์ศรัณย์' ชี้ สหรัฐฯ ขาดดุลไทยสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก 'กำแพงภาษี 15%' เป็นตัวเร่งให้ไทยปฏิรูปโครงสร้างภายในประเทศ แนะใช้โอกาส 150 วัน ยกระดับประเทศสู่จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก

พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า เมื่อการเจรจาไม่ใช่แค่เรื่องภาษี: อนาคตเศรษฐกิจไทยบนกระดานเจรจาการค้า

จากโพสต์ที่แล้ว ผมได้ทิ้งท้ายไว้ถึง "หน้าต่างเชิงยุทธศาสตร์ 150 วัน" ของการบังคับใช้กฎหมาย Section 122 ที่รัฐบาลสหรัฐฯ นำมาใช้เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าฉุกเฉิน 15%

วันนี้เรามาเจาะลึก "ปัจจัยเชิงลึก" ของตัวเลขและบริบทการเมือง ว่าทำไมไทยตกเป็นเป้า และทำไมผลเจรจาในกรอบเวลานี้ถึงกำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจไทยระยะยาว

ตัวเลขที่กลายเป็นโจทย์การเมือง

สถิติการค้าทวิภาคี ไทย-สหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) ช่วง 3 ปีล่าสุด (2023-2025) ขยายตัวก้าวกระโดด:

• ปี 2023: รวม $71.8B (ไทยเกินดุล $40.6B)

• ปี 2024: รวม $81.2B (ไทยเกินดุล $45.4B)

• ปี 2025: ทะยานสู่ $110.8B (ไทยเกินดุลประวัติศาสตร์ $71.8B)

การเกินดุลที่เพิ่มเกือบเท่าตัวใน 2 ปี ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลกับไทยสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก การขยายตัวผิดปกตินี้มาจาก 3 ปัจจัย:

- อุปสงค์ AI Capex Boom กระตุ้นความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซิร์ฟเวอร์

- ยุทธศาสตร์ China+1 เร่งย้ายฐานผลิตมาไทยเพื่อเลี่ยงผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์

- "Front-loading" ผู้ประกอบการเร่งส่งออกตุนสต็อกล่วงหน้า เพื่อ Hedging ความเสี่ยงกำแพงภาษี

ถอดรหัสการเมืองภายในสหรัฐฯ

มาตรการภาษีไม่ใช่แค่สมการเศรษฐศาสตร์ แต่คือ "เครื่องมือทางการเมือง" (Political Instrument) การขาดดุลการค้าเป็นประเด็นที่ทั้งสองพรรค (Bipartisan) เพิกเฉยไม่ได้ แรงกดดันจากฐานเสียงภาคผลิต (Rust Belt) ทำให้ตัวเลข 7.1 หมื่นล้านเหรียญ กลายเป็นเป้าหมายที่วอชิงตันต้องจัดการเพื่อปกป้อง Anti-trade deficit narrative

ความเสี่ยงและพลวัตการย้ายฐานทุน

กำแพงภาษี 15% คือความท้าทายใหญ่ เพราะทุนโลกพร้อมเคลื่อนย้ายเสมอ คู่แข่งไทยมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ต้องประเมินจริงจัง:

• เวียดนาม: มีสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์แนบแน่นกับสหรัฐฯ และเป็นคู่แข่งสายตรงด้านอิเล็กทรอนิกส์

• อินโดนีเซีย: กำลังสร้าง Ecosystem แร่ Nickel และ EV Supply Chain อย่างจริงจัง

หากสินค้าไทยแบกต้นทุนภาษี 15% ถาวร ความน่าดึงดูดในการลงทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อำนาจต่อรองเชิงโครงสร้าง

บนโต๊ะเจรจา ไทยไม่ได้เป็นแค่ผู้ตั้งรับ ท่ามกลาง Tech War อำนาจต่อรอง (Leverage) ของไทยที่จับต้องได้มีหลายมิติ:

• ห่วงโซ่เทคโนโลยี: ไทยเป็นฐานผลิต HDD หลัก ครองตลาดโลก 30-40% ซึ่งเป็นหัวใจของคลาวด์ และกำลังเป็นศูนย์กลางผลิต PCBs และ Server หากสหรัฐฯ เก็บภาษี 15% ถาวร เท่ากับเพิ่มต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของตนเอง

• พันธมิตรแปรรูปสินค้าเกษตร: เราคือแหล่งนำเข้าและแปรรูปวัตถุดิบเกษตรสำคัญที่รองรับผลผลิตจากเกษตรกรอเมริกัน

• โชว์รูมภูมิภาค (Regional Outlet): ไทยมีศักยภาพเป็น Hub กระจายสินค้าสู่ SEA และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบล้านคน การให้สินค้าสหรัฐฯ มาวางจำหน่ายในไทย จึงเป็นการสร้างช่องทางส่งออกแบบทางอ้อม (Indirect Export) เข้าถึงกำลังซื้อในภูมิภาค

นี่คือไพ่ต่อรองยุทธศาสตร์ เพื่อรักษาสมดุลและดึงวอชิงตันสู่ข้อตกลงที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน

บทสรุป: เป้าหมายของทีมเจรจาไทยจึงไม่ใช่เพียงการขอข้อยกเว้น (Exemption) เป็นรายกรณี หรือบางรายการ แต่คือการเดินหน้า "การปรับสมดุลเชิงกลยุทธ์" (Strategic Rebalancing) เราต้องนำเสนอภาพของการเป็นหุ้นส่วนที่พร้อมแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ควบคู่ไปกับการใช้แรงกดดันนี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างภายในประเทศ (Internal Reform) 150 วันนับจากนี้... คือช่วงเวลาที่จะชี้วัดว่า ประเทศไทยจะสามารถยกระดับตนเองเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก หรือจะถูกลดบทบาทลงในสมการการค้าระหว่างประเทศครับ