วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมการแถลงข่าวโครงการ "ออมสินก้าวไปกับครู...ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน" ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กับธนาคารออมสิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยธนาคารออมสินประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญในการช่วยลดภาระทางการเงินของครู และสนับสนุนให้ครูสามารถเดินหน้าสู่ความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่งยืน
ในการนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมกันแถลงข่าวถึงความร่วมมือดังกล่าว พร้อมด้วย นายสมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ตลอดจนผู้บริหาร ข้าราชการ คณะทำงาน และบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยว่า โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และธนาคารออมสิน ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี 2549) โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการดำรงชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผู้ได้รับอนุมัติสินเชื่อกว่าเก้าแสนบัญชี คิดเป็นวงเงินสะสมกว่า 760,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีบัญชีสินเชื่อค้างอยู่ในระบบกว่า 291,185 บัญชี คิดเป็นเงินต้นคงเหลือกว่า 223,952 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ขวัญกำลังใจ และความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณของครู กระทรวงศึกษาธิการจึงยกให้การแก้ไขปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องผลักดันร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ครูบริหารจัดการหนี้ได้อย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณธนาคารออมสินที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือครูในโครงการนี้ เพื่อร่วมกันคลี่คลายปัญหาหนี้สินและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ระบุว่า การเข้าร่วมโครงการฯ จะช่วยให้ครูนำเงินงวดเดิมไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น โดยธนาคารจะแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS, จดหมาย และแอปพลิเคชัน MyMo ซึ่งแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ และกลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยกลุ่มลูกหนี้สถานะปกติ ซึ่งชำระดอกเบี้ยได้ตามเกณฑ์, ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญาไม่ครบกำหนดในปี 2569 จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR/MRR – 2% ต่อปี สำหรับสมาชิก ช.พ.ค. / ช.พ.ส. ที่ได้รับแจ้งสิทธิ์ สามารถลงทะเบียนผ่านแอป MyMo, เว็บไซต์ธนาคาร หรือสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569 ส่วนผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับ สกสค. ให้เรียบร้อย ก่อนลงทะเบียนกับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
สำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งชำระดอกเบี้ยต่ำกว่าเกณฑ์, มีสถานะทางกฎหมาย, สัญญาครบกำหนดปี 2569 หรือค้างชำระ สามารถติดต่อสาขาธนาคารเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ หากชำระดีติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ สกสค., ธนาคารออมสินทุกสาขา, เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือ GSB Contact Center โทร. 1115
ที่มา : ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน