ไม่พบผลการค้นหา
'พายุ' โต้ข่าวบิดเบือน ยัน MOU 7 ฉบับไทย-กัมพูชา ยุค 'แพทองธาร' มุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจชายแดนไทย ไม่ใช่การประเคนผลประโยชน์ หยุดบิดเบือนด้วยความเท็จ สร้างความเกลียดชัง

พายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้แจงผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ขออนุญาตอธิบาย: จากที่ได้การที่มีการโพสต์โจมตีอดีตนายกฯแพทองธารว่าได้ “ประเคน” หรือ “ยกประโยชน์” ให้กับกัมพูชาล้วนๆ จากการลงนาม MOU จำนวน 7 ฉบับ ซึ่งไม่เป็นความจริง.. เพราะแท้ที่จริงแล้ว การลงนามในเวลานั้นมีเจตนาเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างสองประเทศ และเสริมมูลค่าทางการค้าของทั้งสองประเทศอย่างมหาศาล ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพด้านบุคคลและด้านโลจิสติกส์

โดยเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจเหล่านี้แบ่งออกเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้:

ฉบับที่ 1 - บันทึกเรื่องด้านกรรมสิทธิ์ การใช้ และการบำรุงรักษา สะพานมิตรภาพ ไทย–กัมพูชา (ที่หนองเอี่ยน–สตึงบท)

ฉบับที่ 2 - บันทึกเรื่องด้านความร่วมมือและการแก้ปัญหามลพิษข้ามแดนระหว่างกระทรวงสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศ

ฉบับที่ 3 - หนังสือแลกเปลี่ยนเพื่อปรับเปลี่ยนสาระสำคัญของความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์พัฒนาฝีมือสำหรับแรงงาน ไทย-กัมพูชา

ฉบับที่ 4 - บันทึกเรื่องความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา

ฉบับที่ 5 - บันทึกเรื่องความเข้าใจด้านการใช้แรงงานและการทำงานอย่างถูกกฎหมาย

ฉบับที่ 6 - บันทึกเรื่องการหารือด้านความช่วยเหลือเชิงวิชาการ สำหรับการออกแบบทางของโครงการปรับปรุง ถนนหมายเลข 57 และถนนหมายเลข 5

ฉบับที่ 7 - ความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการก่อสร้างสะพานข้ามพรมแดนแห่งใหม่ ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

ซึ่ง ณ วันที่ลงนามนั้นอยู่บนบริบทของการร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนของทั้งสองประเทศเพื่อนบ้านในช่วงสงบสุข แต่ในภายหลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ภาวะสงคราม/ความขัดแย้ง.. MOU หรือบันทึกความเข้าใจเหล่านี้ สามารถที่จะถูกระงับหรือยกเลิกได้ เพราะไม่ใช่สนธิสัญญาที่ผูกมัดถาวร และสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน

ดังนั้นมันจึงไม่ใช่การ “ประเคน” ผลประโยชน์ให้กับทางกัมพูชาที่มีผลต่อเนื่องมาจากตอนนั้นตามที่ได้มีการบิดเบือนกัน.. ซึ่งก็ขอเสริมว่าในตอนนั้นก็ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดและเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจเหล่านี้ผ่านทางสื่ออย่างโปร่งใส และไม่ได้มีใครทักท้วงว่าเป็นการเจรจาที่ทำให้ไทยเสียผลประโยชน์แต่อย่างใดครับ