ไม่พบผลการค้นหา
โฆษกกรมราชทัณฑ์ ยืนยัน อดีตนายกฯทักษิณ เตรียมไดัพักโทษ 9 พ.ค.นี้ เผย 'โทษน้อย' ไม่ต้องติดกําไล EM แต่ต้องรายงานตัวกับสํานักงานคุมประพฤติตามนัดหมาย ส่วนใบบริสุทธิ์จะได้รับตอนพ้นโทษแล้ว

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เผยไทม์ไลน์การพักโทษกรณีทั่วไปของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และขั้นตอนการพิจารณาพักการลงโทษ ว่า ตามขั้นตอนแล้วการพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจําฯ ว่าใครมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเนื่องจากมีคุณสมบัติเงื่อนไขเข้าเกณฑ์นั้น ลําดับแรกจะต้องดําเนินการโดยคณะกรรมการในระดับเรือนจําก่อน และเมื่อมีการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการลงโทษเป็นการทั่วไปเรียบร้อยแล้วว่า มีจํานวนกี่ราย ทางเรือนจําฯ จึงจะนําเสนอรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมดนั้นมายังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์เพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะนําเสนอไปยังลําดับสุดท้าย คือ คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทางคณะกรรมการเรือนจํากลางคลองเปรม ยังไม่ได้มีการสรุปจํานวนรายชื่อผู้ต้องขังภายในเรือนจํากลางคลองเปรมที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไปมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ว่า จะมีจํานวนทั้งสิ้นกี่ราย แต่โดยหลักการแล้ว จะต้องมีการนํารวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังมาเสนอยังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ล่วงหน้า 1 - 2 เดือน ซึ่งตนเข้าใจว่า จํานวนผู้ต้องขังภายในเรือนจํากลางคลองเปรมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษอาจมีไม่ถึง 500 ราย

ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มีโทษ 1 ปี (12 เดือน) ดังนั้น เกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษดังกล่าวหากจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติก็คือ ต้องคุมขังมาแล้ว 8 เดือน และ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เมื่อคํานวณดูแล้วก็จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 อนึ่ง ในการพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขัง ทางคณะกรรมการจะต้องดําเนินการมีความเห็นชอบให้ครบทั้ง 3 ลําดับชั้นเรียบร้อยก่อน

นายยุทธนา เผยอีกว่า นอกจากบทบาทในส่วนของกรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังแล้วนั้น หากผู้ต้องขังรายใดที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ ระหว่างนี้ทางเรือนจําและกรมคุมประพฤติจะเข้ามามีบทบาทร่วมกันในเรื่องของการสืบเสาะในส่วนของผู้อุปการะผู้ต้องขังรายนั้นๆ โดยเรือนจําจะทําหนังสือไปถึงกรมคุมประพฤติ เพื่อขอให้สืบเสาะว่า ผู้อุปการะของผู้ต้องขังคือใคร ที่พักอาศัยของผู้อุปการะอยู่ที่ใด ผู้อุปการะมีความสามารถในการดูแลผู้ต้องขังอย่างไรบ้างเมื่อไปอยู่ในสถานที่อุปการะ และสถานที่อุปการะคือที่ใด เป็นต้น จากนั้นกรมคุมประพฤติจึงจะมีการกําหนดพื้นที่ให้ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติ และกรมคุมประพฤติ ก็จะได้ทําหนังสือมาสอบถามเรือนจําว่ามีความเห็นด้วยกับการพักโทษหรือการไม่พักโทษอย่างไรบ้าง

ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการในเรือนจําก็จะได้มีการประชุมหารือกัน ซึ่งคณะกรรมการในเรือนจํา นอกจากจะมี ผบ.เรือนจํา/ผอ.ทัณฑสถาน แล้วนั้น ก็ยังมีผู้แทนจากกรมคุมประพฤติ ผู้แทนจากฝ่ายปกครอง ผู้แทนจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสํานักงาน ป.ป.ส.ร่วมประชุมด้วยกัน 5 ราย เพื่อมีความเห็นควรหรือไม่เห็นควรอนุมัติพักการลงโทษผู้ต้องขังหรือไม่ และจึงส่งความเห็นนั้นไปยังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเมื่อเรื่องมาถึงกรมราชทัณฑ์ ก็จะได้จัดการประชุมกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนส่งความเห็นไปยังคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะมี ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น เพื่อร่วมกันพิจารณา

"แม้ว่าวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 จะตรงกับวันเสาร์ แต่เราก็มีหน้าที่รักษาสิทธิของผู้ต้องขัง ซึ่งหากบุคคลได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ทางเรือนจําฯ ก็มีหน้าที่ต้องปล่อยตัวไปตามขั้นตอน โดยในตอนเช้าประมาณ 07.00 - 08.00 น.เจ้าหน้าที่จะเริ่มตรวจสอบเรื่องเอกสารต่างๆ ของผู้ต้องขัง ก่อนที่ญาติและครอบครัวจะมารับตัวไปพักโทษคุมประพฤติยังสถานที่ที่ผู้อุปการะแจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการไปพักโทษคุมประพฤติ หากมีการกระทําผิดเงื่อนไขการพักโทษ ก็จะต้องถูกนําตัวกลับมาคุมขังในเรือนจําตามกําหนดโทษที่เหลือทันที โดยในกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ด้วยความที่มีโทษน้อย 1 ปี ดังนั้น ในเรื่องของการใส่กําไล EM ก็ไม่มีความจําเป็น แต่จะต้องมีการไปรายงานตัวตามกําหนดนัดกับทางสํานักงานคุมประพฤติ อีกทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ด้วยความที่ในเดือน พ.ค.นี้ ก็จะรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน ก็จะได้ไปพักโทษคุมประพฤติอีกเพียง 4 เดือน ก็จะครบตามกําหนดโทษ 1 ปี (9 กันยายน 2569) ส่วนเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ พักโทษคุมประพฤติครบถ้วนแล้ว จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจําฯ" รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว

ขณะที่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกคุมขังตามคําพิพากษา 1 ปี จะสามารถยื่นขอพักโทษได้ตามปกติหลังจากคุมขังครบ 2/3 ของโทษ หรือ 8 เดือน ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 โดยผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการเรือนจํา กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม ตามระเบียบทั่วไปโดยไม่ถือเป็นกรณีพิเศษ