ไม่พบผลการค้นหา
'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' รมว.เกษตรฯ หารือ 'ปุนีต อัครวาล' เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย เตรียมต่อยอดความสัมพันธ์ 80 ปี ขยายความร่วมมือเกษตรและการค้าสองประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นายปุนีต อัครวาล (H.E. Mr. Puneet Agrawal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย โดยมี นายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้องทรงนาค) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและอินเดีย ซึ่งทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยในปี 2570 จะครบรอบ 80 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน นับเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์และผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ร่วมกัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความร่วมมือกับอินเดียในหลากหลายมิติ และได้ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) โดยปัจจุบันทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย (ASEAN-India Trade in Goods Agreement: ATIGA) ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้รับข้อเสนอการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากฝ่ายอินเดียแล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดและจัดส่งความเห็นทางวิชาการและข้อเสนอแนะกลับไปยังฝ่ายอินเดีย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่าย และเกิดประโยชน์ร่วมกันสูงสุด

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน รวมถึงการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประสานงานเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะการเร่งรัดกระบวนการเปิดตลาดและการพิจารณามาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) สำหรับสินค้าเกษตรของไทย เพื่อส่งเสริมการค้าและเพิ่มโอกาสในการขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ

“ปัจจุบันรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยมุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการผลิตที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย