ไม่พบผลการค้นหา
ทั่วโลกสนับสนุนให้คนมีที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้ หรือ Affordable Housing อย่างไร ในวันที่วัยสร้างตัวถูกเรียกว่าเป็น Generation Rent

ย้อนกลับไปเมื่อตอนยังเด็ก ตอนที่พ่อแม่อายุเท่าเรา ทำไมพ่อแม่จึงสามารถมีบ้าน มีมงกุฎ มีรถ มีปราสาทได้ ในขณะที่เราเหล่าเจนวาย แค่เอาชีวิตตัวเองให้อยู่ดีมีสุขได้แต่ละเดือนก็เก่งมากแล้ว 

นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของวัยสร้างตัวคนไทย แต่เป็นวิกฤตราคาบ้านเฟ้อที่คนรุ่นใหม่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ ด้วยราคาบ้านทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 30-50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ค่าจ้างแรงงานเติบโตเพียง 10-15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การจะซื้อบ้านสักหลังในยุคนี้จึงเป็นไปได้ยากกว่ายุคพ่อแม่เรานัก

นอกจากโครงการบ้านเพื่อคนไทย นานาอารยะประเทศแก้ไขปัญหานี้อย่างไรให้ประชาชน

โมเดลรัฐคุมราคาบ้านแบบเวียนา: กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก นอกจากภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว แนวคิดเรื่องที่พักอาศัยเพื่อประชาชนก็น่าเอาเป็นแบบอย่าง ชาวเมืองเวียนนากว่า 60 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่ในบ้านที่รัฐสนับสนุน โดยรัฐจัดสรรบ้านให้ทั้งคนจนและชนชั้นกลาง และเก็บภาษี 1 เปอร์เซ็นต์จากเงินเดือนของผู้อยู่อาศัย เพื่อนำเงินประมาณ 240 ล้านดอลลาร์ต่อปี มาใช้สร้างบ้านโดยเฉพาะ ข้อดีคือรัฐคุมค่าเช่า นั่นหมายความว่าตราบใดที่คุณทำสัญญาเช่าบ้านของรัฐแล้ว คุณสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตแม้ว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคตก็ตาม

โมเดลสัญญาเช่าซื้อแบบสิงคโปร์: ทางฝั่งสิงคโปร์มีอัตราการเป็นเจ้าของที่พักอาศัยสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุด โดยคณะกรรมการเคหะและการพัฒนา (HDB) สร้างอาคารชุดคุณภาพสูงและขายในรูปแบบสัญญาเช่าซื้อ 99 ปี ประชาชนสามารถนำเงินออมเพื่อการเกษียณที่ถูกบังคับเก็บ (CPF) ออกมาจ่ายเงินดาวน์และผ่อนชำระรายเดือนได้ ทั้งนี้ทุกตึกจะมีการกำหนดโควตาเชื้อชาติเพื่อให้เกิดความหลากหลายและป้องกันความขัดแย้ง

โมเดลที่พักอาศัยราคาประหยัดของยุโรป: คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวโครงการขนาดใหญ่เพื่อรับมือกับการขาดแคลนที่พักอาศัยทั่วทวีป มีการทำการเคหะแบบเรียบง่าย เพื่อเร่งขอใบอนุญาตก่อสร้างและปรับปรุงตึกเก่าให้เร็วขึ้น

ใช้นวัตกรรมการสร้างบ้านแบบสำเร็จรูป (Modular) และ 3D Printing เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการก่อสร้าง และออกกฎหมายควบคุมแพลตฟอร์มอย่าง Airbnb ในย่านขาดแคลนที่พักอาศัย เพื่อดึงห้องพักที่ปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยวกลับมาให้คนในท้องถิ่นได้เช่าอยู่จริง

โมเดลปฏิรูปเขตผังเมืองในอเมริกา: การปฏิรูปเขตผังเมืองหลายเมืองใหญ่ในอเมริกาเริ่มยกเลิกกฎการกำหนดเขตแบบบ้านเดี่ยวเท่านั้น เพื่อให้เจ้าของที่ดินสามารถสร้างบ้านแฝด (Duplex) หรืออาคารขนาดเล็ก 3-4 ยูนิตในพื้นที่เดิมได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนบ้านในย่านใจกลางเมืองโดยไม่ต้องใช้พื้นที่ใหม่  

นอกเหนือ 4 โมเดล จาก 4 ประเทศข้างต้น ประเทศอื่นๆ ยังมีนโยบายที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ฟากเยอรมนีมีการใช้กฎหมายเพดานค่าเช่าในย่านที่มีความต้องการสูง เพื่อจำกัดไม่ให้เจ้าของบ้านปรับขึ้นค่าเช่าเกินกว่าราคามาตรฐานของท้องถิ่น ช่วยให้ผู้เช่าเดิมไม่ถูกบีบให้ออกจากพื้นที่

ส่วนประเทศเม็กซิโกมีนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนอาคารโรงงานหรือสำนักงานที่ถูกทิ้งร้าง (Adaptive Reuse) ให้กลายเป็นอพาร์ตเมนต์ราคาประหยัด ซึ่งช่วยลดต้นทุนการซื้อที่ดินและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้างใหม่

สำหรับไทยในปี 2026 โปรเจกต์ที่น่าจับตาคือ ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ที่นำที่ดินของรัฐอย่างที่ดินการรถไฟฯ มาพัฒนาเป็นที่พักอาศัยแบบเช่าระยะยาวแทนการขายขาด เพื่อให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และสามารถพัฒนาเป็นย่านที่มีชีวิตชีวาได้ในอนาคต

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://housing.ec.europa.eu/index_en

https://socialhousing.wien/

https://www.hdb.gov.sg/cs/infoweb/homepage


#Voice #บ้านเพื่อคนไทย #ผังเมือง #สัญญาเช่าซื้อ #ที่พักอาศัยราคาประหยัด #AffordableHousing GenerationRent #ที่อยู่อาศัย