ไม่พบผลการค้นหา
จากเด็กช่าง สู่ World-Class Engineering เพื่อไทยออกนโยบาย ‘อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสากล’ เปลี่ยนอาชีวะไทย ให้เป็นแรงงานทักษะสูงระดับโลก
Election_300169-2-01.png

นอกจากการศึกษาสายสามัญในโรงเรียน การศึกษาอีกสายที่ตอบโจทย์เด็กที่มีเป้าหมายในอาชีพของตัวเองชัดเจนคือสายอาชีวะ เด็กที่เรียนสายนี้คือเด็กที่รู้ว่าตัวเองอยากออกมาทำอาชีพอะไร และเห็นว่าสายอาชีวะที่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงในภาคอุตสาหกรรมที่ตนอยากเชี่ยวชาญนั้นตอบโจทย์เส้นทางอาชีพและรายได้ระหว่างเรียนของตนมากกว่า

เมื่อมองในแง่ของการเข้าสู่ตลาดแรงงาน นักเรียนสายอาชีวะมีทั้งความรู้และทักษะ ไม่ว่าจะเป็น Hard skills หรือ Technical Skills ที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรงผ่านการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการจริง รวมไปถึงได้พัฒนา Soft Skills ที่สำคัญๆ โดยทางอ้อม เช่น การทำงานร่วมกับผู้อื่น การควบคุมอารมณ์ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การรับมือกับแรงกดดันในการทำงาน ฯลฯ จุดนี้ทำให้นักเรียนสายอาชีวะได้เปรียบกว่านักเรียนสายสามัญ

Election_300169-2-02.png

แม้นี่จะเป็นจุดแข็งของสายอาชีวะ แต่สิ่งที่นักเรียนสายอาชีวะต้องเจอ อาทิ หลักสูตรการเรียนอาชีวะในปัจจุบันที่ไม่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมจริงเพราะขาดข้อมูลตลาดแรงงาน ทำให้จบออกมาแล้ว ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด การไม่มีระบบฝึกงานแบบมีสัญญาระหว่างสถาบันอาชีวะและนายจ้าง จึงตัดโอกาสการมีรายได้ระหว่างเรียนซึ่งนี่คือแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เข้าสู่สายอาชีวะ ไปจนถึงการไม่มีแรงจูงใจจากภาคอุตสาหกรรม ครูจึงขาดโอกาสเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการถ่ายทอดให้กับผู้เรียนไปด้วย ส่งผลให้ผู้เรียนตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ทัน ตลาดแรงงานจึงเริ่มขาดแรงงานที่มีศักยภาพ

อีกทั้งภาพลักษณ์เชิงลบของเด็กอาชีวะ ทำให้สายอาชีวะที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในภาคอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนประเทศ มีภาพจำแค่เพียง ‘เด็กช่าง’ สายอาชีวะจึงขาดแคลนผู้เรียน ส่งผลให้ประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแรงงานทักษะฝีมือในหลายอุตสาหกรรม

นี่จึงเป็นที่มาของนโยบาย ‘อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสากล’ ที่พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เห็นถึงศักยภาพของอาชีวะไทยที่สามารถต่อยอดไปเป็นแรงงานทักษะสูงที่สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศ พร้อมทั้งเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ของอาชีวะไทยไปสู่สากลได้

Election_300169-2-03.png

นโยบาย ‘อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสากล’ จะทำอะไรบ้าง

1. ปรับหลักสูตรอาชีวะให้ตรงตลาดงาน

พรรคเพื่อไทยจะใช้ข้อมูลตลาดแรงงาน (Labor Market Information : LMI) พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตในไทย อย่างเช่น อุตสาหกรรมการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) หรืออุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพที่จะต่อยอดไปสู่ระดับโลกได้ อย่างอุตสาหกรรมการซ่อมอากาศยานที่มีอยู่เพียง 3 แห่งในประเทศไทย เพื่อพัฒนาหลักสูตรใหม่ในทุกสาขาเพื่อลดการจบออกมาแล้วไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานได้ตรงจุด ควบคู่ไปกับออกกฎหมายกำหนดมาตรฐานการฝึกงานเพื่อให้มาตรฐานการฝึกงานในอุตสาหกรรมนั้นๆ ของนักเรียนสายอาชีวะเหมือนกันทั่วประเทศ ไม่ว่าจะจบจากที่ไหน นักเรียนสายอาชีวะต้องเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั่วประเทศไทยได้

2. ตั้งคณะกรรมการผลิตภาพแห่งชาติ (Productivity Board)

เพื่อให้หลักสูตรอาชีวะศึกษา มาตรฐานฝีมือแรงงาน และความต้องการของตลาดแรงงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พรรคเพื่อไทยจะตั้งคณะกรรมการผลิตภาพแห่งชาติให้เข้ามาเป็นกลไกกำกับหลักสูตรและมาตรฐานฝีมือแห่งชาติ โดยบูรณาการข้อมูลแรงงานเพื่อเชื่อมระบบฝึกงาน หลักสูตรอาชีวะที่ทันสมัย และการจ้างงานเข้าด้วยกัน

3. สร้างระบบเรียนควบทำงาน (Work-Study) ที่มีสัญญามาตรฐานระดับชาติ

แรงจูงใจสำคัญในการเรียนอาชีวะศึกษาคือการมีรายได้ระหว่างเรียน การมั่นใจว่าจะมีรายได้ระหว่างฝึกงานช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้เรียนอาชีวะไปในตัว พรรคเพื่อไทยจะให้ผู้เรียนอาชีวะเข้าระบบ ‘เรียนควบทำงาน’ (Work-Study ) ไม่ต่ำกว่า 50,000 คน เพื่อให้ฝึกงานโดยเน้นทักษะจริง พร้อมทั้งได้ค่าตอบแทนระหว่างฝึกงานตามสัญญาที่มีมาตรฐานระดับชาติ

4. พัฒนาครูอาชีวะอย่างเป็นระบบ

สุดท้าย แม้จะออกแบบหลักสูตรให้ทันสมัย แต่หากครูผู้ถ่ายทอดความรู้ขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมก็ยากที่จะสร้างผู้เรียนที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรมได้ พรรคเพื่อไทยจะใช้ Credit Bank เพื่อพัฒนาวิชาชีพครูอาชีวะอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเป้าที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของครูแต่ละสาขาต้องผ่านการฝึกงานด้านอุตสาหกรรม

Election_300169-2-04.png

นโยบาย ‘อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสากล’ จะสร้างผู้เรียนอาชีวะที่อยู่ในระบบ ‘เรียนควบทำงาน’ อย่างน้อย 50,000 คน โดยระหว่างฝึกงานได้รับค่าตอบแทนตามสัญญาที่มีมาตรฐานระดับชาติ และรับประกันว่าเด็กอาชีวะเรียนจบมีงานทำ พร้อมกับที่ผู้ประกอบการจะมั่นใจได้ว่า ได้แรงงานที่มีฝีมือตามมาตรฐานกลางระดับชาติ อีกทั้งจะมีครูอาชีวะที่มีทักษะทันสมัยจำนวนมาก ผ่านการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง

อาชีวะไทยมีศักยภาพหลายด้านที่พร้อมพัฒนาไปสู่แรงงานทักษะสูงระดับโลก นโยบายนี้จะผลักดันสถาบันอาชีวะให้เป็นแบรนด์คุณภาพสูง เป็นวิทยาลัยเทคโนโลยีต้นแบบ และอาชีวะไทยจะเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของเด็กที่ค้นพบเป้าหมายในชีวิต

ประเทศไทยจะมีเด็กที่เข้าสู่สายอาชีวะจำนวนมากที่พร้อมจะพัฒนาตัวเองจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ อย่าง ‘ช่างซ่อมรถยนต์’ ในระดับท้องถิ่นไปสู่ ‘ช่างซ่อมอากาศยาน’ ในระดับสากล

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://election.ptp.or.th/policy/105

https://www.facebook.com/share/v/17qZXxcWc9/