ไม่พบผลการค้นหา
ผู้หญิงโสด ไม่มีลูก กำลังกลายเป็นประชากรหลักของโลก เมื่อการแต่งงานและการเป็นแม่ไม่ใช่สิ่งแรกที่ผู้หญิงเลือก

ภาพจำของชีวิตแบบ เรียนจบ แต่งงาน มีลูก ไม่ได้เปลี่ยนไปแค่ในอเมริกาเท่านั้น แต่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในแทบทุกภูมิภาคของโลก 

ตัวเลขที่หลายฝ่ายเคยพูดถึงกันมากคือการคาดการณ์ของ Morgan Stanley ที่ว่าผู้หญิงอเมริกันวัย 25-44 ปี เกือบครึ่งหนึ่งจะอยู่ในสถานะโสดภายในปี 2030 แต่เมื่อลองมองภาพใหญ่กว่านั้นจะพบว่านี่คือปรากฏการณ์ระดับโลกที่มีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

เมื่อ ‘ลูกดก’ กลายเป็นเรื่องของอดีต

ย้อนกลับไปปี 1950 ผู้หญิงแอฟริกันโดยเฉลี่ยมีลูกกันคนละ 6.5 คน นี่คือทวีปที่เคยครองแชมป์อัตราการเกิดสูงสุดของโลก แต่ทุกวันนี้ตัวเลขร่วงลงมาเหลือแค่ 4.0 คน ส่วนยุโรปกับอเมริกาเหนือเหลือแค่ 1.4 และ 1.6 คนต่อคนเพียงเท่านั้น

Population Reference Bureau สรุปภาพรวมทั้งโลกไว้แบบชัดๆ ว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อัตราการเกิดเฉลี่ยทั่วโลกดิ่งลงจาก 4 คนเหลือ 2.2 คน และตอนนี้คนสองในสามของโลกอาศัยอยู่ในประเทศที่มีลูกน้อยกว่าระดับที่จะรักษาจำนวนประชากรไว้ได้ (2.1 คน) ปรากฏการณ์นี้ยังลามไปถึงเอเชีย ลาตินอเมริกา และแคริบเบียนด้วย

หากจะหาแชมป์ ‘มีลูกน้อยที่สุด’ ต้องยกให้เอเชียตะวันออก เกาหลีใต้คือเคสที่น่าตกใจสุด จากที่เคยมีลูก 6.1 คนในปี 1950 เหลือแค่ 0.7 คนในวันนี้ นี่คือตัวเลขที่ร่วงหล่นเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์โลกก็ว่าได้ สาเหตุหลักๆ หนีไม่พ้นค่าเลี้ยงลูกที่แพงหูฉี่ วัฒนธรรมออฟฟิศที่โหด และการเลี้ยงลูกที่แทบไม่เอื้อให้ผู้หญิงทำงานไปด้วย ส่วนจีนที่เคยบังคับมีลูกคนเดียว ตอนนี้อยู่ที่ราว 1.0 คน

ขอทำงานให้มั่นคงก่อน แต่งงานค่อยว่ากัน

รายงานของ UN ที่ส่องข้อมูลจาก 8 ภูมิภาคทั่วโลกเผยให้เห็นแพทเทิร์นเดียวกันแทบทั้งหมด คนแต่งงานช้าลงทุกที่ เฉลี่ยแล้วช้ากว่าเดิม 1.4 ปี และผู้หญิงที่โสดยันวัยเลข 4 ปลาย ก็เพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค

ในออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ ผู้หญิงวัยปลาย 40 ปี 1 ใน 7 คนไม่เคยแต่งงานเลยสักครั้ง ในขณะที่เอเชียกลางกับเอเชียใต้มีแค่ 1 ใน 100 คนเท่านั้น

ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ปี 1980 ผู้ชายแต่งงานตอนอายุ 27 ผู้หญิงยังไม่ถึง 25 ด้วยซ้ำ แต่ปี 2010 ผู้ชายขยับไป 31 ผู้หญิงไป 29 นักวิจัยตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ไว้ว่า ‘การหนีจากการแต่งงาน’ หรือ flight from marriage ที่เป็นผลจากงานที่ไม่มั่นคงของคนรุ่นใหม่ บวกกับผู้หญิงเรียนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเลือกคู่ครองตามเกณฑ์เดิมหายากขึ้น

ยุโรปก็ไม่น้อยหน้า หลายประเทศทางเหนือและตะวันตกอายุแต่งงานเฉลี่ยขยับไปแตะกลาง 30 ปี แชมป์สุดคือสวีเดน เจ้าสาวครั้งแรกอายุเฉลี่ย 34.8 ปี สะท้อนชัดว่าคนที่นั่นให้คุณค่ากับการทำให้ตัวเองมั่นคงก่อนมาเป็นอันดับหนึ่ง

ด้านงานวิจัยในญี่ปุ่นเองก็พบว่า นโยบายสนับสนุนการมีลูกช่วยดันอัตราการเกิดขึ้นมาได้บ้าง แม้ยังไม่มากพอจะพลิกเกมทั้งกระดาน

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของโลกสิ่งที่ชัดเจนคือสูตรชีวิตแบบเดิมกำลังถูกเขียนใหม่ ผู้หญิงแต่งงานช้าลง มีลูกช้าลงหรือน้อยลง และพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทิศทางของโลกกำลังชี้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน ทั้งโลกจะมีขนาดครอบครัวที่เล็กลง ผู้หญิงจะอยู่คนเดียวมากขึ้น และเส้นทางชีวิตจะหลากหลายกว่าที่เคยมีมา


อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.morganstanley.com/ideas/womens-impact-on-the-economy

https://www.morganstanley.com/ideas/womens-impact-on-the-economy

https://www.unwomen.org/sites/default/files/Headquarters/Attachments/Sections/Library/Publications/2019/POWW-2019-Fact-sheet-Eastern-and-Southeastern-Asia-and-Oceania-en.pdf

https://www.psychologytoday.com/nz/blog/living-single/201908/around-the-world-marriage-is-declining-singles-are-rising