เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา รายการ กรรมกรข่าว โดยระบุว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยลงมติครบ แก้รัฐธรรมนูญครบ แก้รัฐธรรมนูญก็ผ่านได้ ทั้งที่ พรรคภูมิใจลงมติสวนทางกับพรรคประชาชน
จุลพันธ์ ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไปไม่ถึงวาระ3 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ สส. พรรคเพื่อไทยมาโหวตไม่ครบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก สิ่งแรกอยากให้นายธนาธรไปดู การลงมติในหลายมาตรา เพราะเพราะแม้แต่แคนดิเดตของพรรคประชาชนเองก็ไม่ได้ลงมติทุกมาตรา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่พวกตนก็มากันเต็มกำลังตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขอไว้ก่อนที่จะมีการลงมติเราก็มาเต็มอัตราศึก เราพยายามทำเต็มที่ อย่าชี้นิ้วไปที่คนอื่น ขอให้ดูกระบวนการในสิ่งที่พวกคุณไปทำ MOA มา ว่ามีข้อบกพร่องอะไร แล้ว MOA เกิดความเสียหายกับประเทศอย่างไรอย่ามัวแต่โทษคนอื่น
“เมื่อถามว่าหากมองว่าชนะในวาระ 2 แล้วจะเดินต่อได้ ตนไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร โง่ซ้ำซ้อนหรือไม่ พร้อมระบุว่าหากคำนี้แรงไปหรือหนักไปก็ต้องขอโทษ แต่ในข้อเท็จจริงก็เห็นอยู่แล้วว่าพรรคภูมิใจไทยลงมติให้ สว. ต่อให้ผ่านไปได้มันก็ไม่สามารถที่จะผ่านวาระ 3 ได้อยู่ดี”
“ถ้าแค่นี้มองไม่ออกก็คงจะโดนหลอกอยู่ร่ำไป และตนเคยพยายามบอกพรรคประชาชนแล้วว่า ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่ประสงค์ที่จะแก้ และ MOA ก็ล้มเหลว เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียกสติกลับมา อยู่ในแนวทางที่ถูกที่ควร แล้วเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งดีกว่า” นายจุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามต่อว่าแบบนี้เหมือนเป็นการโยนความผิดให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ที่ไป ไม่ถึงวาระ 3 นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในเวลานั้นใครอ่านไม่ออกว่าไปไม่ถึงวาระ 3 และต่อให้ไปถึงวาระ3 อย่างไรก็ลงมติไม่ผ่าน หมายความว่าสิ่งที่ตกลงกันไว้ไปไม่ถึงอยู่แล้ว ต้นก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายไปมากกว่านี้อีกอย่างไร