ไม่พบผลการค้นหา
รัศม์ ชาลีจันทร์ เขียนจดหมายเปิดผนึก ถาม นายกฯอนุทิน ยกเลิก MOU 44 ไทยจะไม่เสียเลยจริงหรือครับ? อะไรจะเป็นหลักประกันว่า UNCLOS เราจะไม่เสียมากกว่าได้? นายกฯอนุทินได้อธิบายให้ประชาชนคนไทยเข้าใจถึงโอกาสความสุ่มเสี่ยงและคุ้มค่าหรือยัง?

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายรัศม์ ชาลีจันทร์ เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แฟนเพจ ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador Returns ในฐานะประชาชนไทยผู้หนึ่ง ว่า

ถามท่านนายก

ไทยจะไม่เสียเลยจริงหรือครับ?

ท่านได้อธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงความสุ่มเสี่ยงที่ไทยอาจต้องสูญเสีย อันเป็นผลที่จะตามมาจากการตัดสินใจของท่านในการยกเลิก MOU 44 ทั้งหมดแน่แล้วหรือยัง?

1. การบอกยกเลิก MOU 44 แล้วหันไปใช้แนวทางให้ UNCLOS ช่วยตัดสินนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าผู้เชึ่ยวชาญกฏหมายทะเลระหว่างประเทศของ UNCLOS จะบอกให้ทั้งกัมพูชาและไทยต้องปรับเส้นอ้างสิทธิในไหล่ทวีปใหม่ โดยให้บีบลดลงจากเดิมตามที่เขาเห็นว่าถูกต้องตามหลักวิชาการ เพราะทั้งกัมพูชาและไทยต่างก็ลากเส้นแบบเต็มที่ (maximum claim) ไว้ก่อนด้วยกันทั้งคู่

2. ถ้าหาก UNCLOS บอกให้ทั้งคู่ปรับลดเส้นอ้างสิทธิฯ ลง ย่อมหมายถึงความเป็นได้ที่พื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปของเรา ที่เราคาดว่าจะได้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านพลังงานในอ่าวไทยเต็มที่ ต้องลดลงตามไปด้วย

(ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายทะเลของออสเตรเลียเคยศึกษาก่อนหน้ามาแล้ว โดยระบุว่าเราอาจเสียมากกว่ากัมพูชาด้วย)

3. ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือหากผู้เชี่ยวชาญกฏหมายที่ตั้งขึ้นตาม UNCLOS เขาให้ความเห็นว่าเส้นใหล่ทวีปของไทยตามประกาศพระราชโองการ ในปี 2516 ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ก็อาจมีนัยยะต่อเส้นฐานที่ไทยเคยใช้กำหนดเป็นทะเลอาณาเขตมาโดยตลอดว่าถูกต้องหรือไม่ด้วย

เรื่องนี้อาจยิ่งไปกันใหญ่เพราะอาจมีนัยยะกระทบต่อเรื่องอธิปไตยหรือทะเลอาณาเขตของไทย

ซึ่งทั้งหมดนี้อาจอยู่นอกเหนืออำนาจที่รัฐบาลเพียงลำพังที่จะตัดสินใจดำเนินการได้ เพราะตามรัฐธรรมูญปัจจุบันการดำเนินการที่จะมีผลตามมาเช่นนี้อาจต้องให้สภาเห็นชอบด้วย

4. เราจะแน่ใจว่าเรารู้ดีกว่าผู้เชี่ยวชาญกฏหมายทะเลระหว่างประเทศระดับโลกที่เขาศึกษามาแล้ว ว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ได้อย่างไร?

อะไรจะเป็นหลักประกันได้ว่าถ้าไปแนว UNCLOS แล้ว เราจะไม่เสียมากกว่าได้?

และในเมื่อมีการศึกษามาแล้วว่าไทยมีโอกาสอาจต้องเสียพื้นที่อ้างสิทธิไปจำนวนมากถ้าหากไป UNCLOS ซึ่งไม่ว่าจะจริงไม่จริงมากน้อยแค่ไหน

แต่เราจะเปิดให้มีโอกาสเช่นว่านี้ทำไมแต่แรก?

อะไรจะเป็นหลักประกันว่าเราจะไม่เสียอธิปไตย ซ้ำรอยเดียวกับเช่นกรณีของปราสาทพระวิหารทั้งสองครั้งอีก?

5. การยกเลิก MOU 44 ที่หากเราไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักพอ อาจถูกมองว่าได้ว่าไทยไม่เคารพกติกากฏหมายระหว่างประเทศ ซึ่งนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไทยเสียหายแต่ก็ยังพอทำเนา

แต่การเลือกวิธีไป UNCLOS มาทดแทน MOU 44 ที่แม้อาจได้ข้อยุติ แต่อาจมีผลทำให้ไทยยิ่งต้องสุ่มเสี่ยงเสียผลประโยชน์มหาศาล รวมทั้งอธิปไตยของประเทศชาติ มันเป็นหนทางที่ถูกต้องและคุ้มค่าแล้วหรือ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลกำลังเป็นผู้ทำให้โอกาสความสุ่มเสี่ยงนี้เกิดขึ้นมาเอง?

ถามว่าหากนำไปสู่ความเสียหายในอนาคต ท่านนายกจะรับผิดชอบอย่างไร?

ท่านได้อธิบายให้ประชาชนคนไทยเข้าใจถึงโอกาสความสุ่มเสี่ยงที่เราอาจจะต้องสูญเสียอย่างใหญ่หลวงนี้หรือยังครับ?

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

นายรัศม์ ชาลีจันทร์

ประชาชนไทยผู้หนึ่ง