ไม่พบผลการค้นหา
นักรัฐศาสตร์ในสหรัฐฯคาด กลุ่มอนุรักษนิยมสร้าง ‘ระบอบเสนา-ราชการ’ ปกครองไทยแบบกึ่งอำนาจนิยม ขณะวารสารมหาวิทยาลัยออสเตรเลียแนะฝ่ายปฏิปักษ์ประชาธิปไตย เคารพเสียงส่วนใหญ่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน อีสต์ เอเชีย ฟอรัม วารสารวิชาการออนไลน์ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เผยแพร่ บทวิเคราะห์ การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า เขียนโดยเควิน ฮิววิสัน ศาสตราจารย์ด้านเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา วิทยาเขตเมืองชาเพลฮิลล์

ฮิววิสัน กล่าวว่า การเลือกตั้งในปีหน้าจะเป็นเพียงฉากอำพรางของระบอบปกครองแบบย้อนยุค ถอยเวลากลับไปประมาณ 40 ปี ซึ่งรัฐบาลทหารมีแผนจะนำกลับมาใช้ โดยมีผู้นำเป็นนายกรัฐมนตรีรับเชิญ ชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นักวิชาการชาวออสเตรเลียผู้นี้ บอกว่า คณะรัฐประหารของไทยกำลังพยายามป้องกันไม่ให้การเลือกตั้งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งในความหมายของรัฐบาลทหารและผู้สนับสนุนก็คือ การทำหมันพรรคเพื่อไทยและปราบปรามขบวนการคนเสื้อแดง หลังจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ถูกมองว่า ‘เสียของ’

ขณะเดียวกัน รัฐบาลคณะรัฐประหารได้ลอกเลียนนโยบายต่างๆของนายทักษิณ เพื่อครองความภักดีของประชาชนที่เคยโหวตเลือกพรรคที่เชื่อมโยงกับนายทักษิณ รัฐบาลและคนเสื้อเหลืองผู้สนับสนุนเชื่อว่า คนต่างจังหวัดถูกหลอก ถูกซื้อ หรือโง่ จึงกาบัตรเลือกตั้งให้พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย คนเหล่านี้มองว่า ชาวบ้านไม่ได้จริงใจกับพรรคของนายทักษิณ พวกเขาสามารถทำให้ชาวบ้าน “หายโง่” และหันหลังให้เพื่อไทยได้

ฮิววิสัน บอกอีกว่า รัฐบาลทหารได้ออกแบบระบบเลือกตั้งใหม่ เพื่อกีดกันไม่ให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งได้ปกครองประเทศอย่างแท้จริง ผลการเลือกตั้งจะทำให้เกิดรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นสภาพการเมืองแบบเดียวกับเมื่อทศวรรษ 1980 ซึ่งพรรคการเมืองในสภาต้อง 'เชิญ' นายทหารระดับสูงให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นักวิชาการสาขารัฐศาสตร์ผู้นี้ กล่าวว่า การเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นแบบ ‘ประชาธิปไตยครึ่งใบ’ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งยกร่างโดยบุคคลหัวอนุรักษนิยมที่หลงเหลือมาจากสมัยโน้น รวมทั้งกฎหมายต่างๆ สงวนอำนาจที่แท้จริงไว้กับทหาร วุฒิสมาชิกจากการแต่งตั้ง ส่วนราชการ และบรรดา ‘องค์กรอิสระ’ ดังนั้น ศูนย์กลางอำนาจจึงอยู่ที่กองทัพและระบบราชการ กลายเป็นระบบการเมืองแบบกึ่งอำนาจนิยม

Reds_01.jpg

ในวันจันทร์ที่ 23 เมษายน วารสารออนไลน์ฉบับเดียวกันออก บทบรรณาธิการ แสดงความเห็นต่อการแก้ไขความแตกแยกทางการเมืองในสังคมไทยระหว่างคนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อแดง โดยเสนอให้ฝ่ายอนุรักษนิยมเคารพในอำนาจที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งได้รับมอบจากประชาชน

บทบรรณาธิการของอีสต์ เอเชีย ฟอรัม กล่าวว่า รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของไทยประสบความล้มเหลวในการกำจัดอิทธิพลทางการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ถือเป็นตัวแบบของประชานิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาถูกวิจารณ์ว่าใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแสวงประโยชน์ส่วนตนและหลบเลี่ยงการตรวจสอบและถ่วงดุลจากองค์กรอิสระและสื่อมวลชน การใช้อำนาจเกินขอบเขตนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อปี 2549

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ฝ่ายคนเสื้อแดงผู้สนับสนุนนายทักษิณกับฝ่ายชนชั้นนำอนุรักษนิยมและคนเสื้อเหลือง ได้ต่อสู้ขัดแย้งกันตลอดระยะเวลา 8 ปี ทว่าพรรคการเมืองฝ่ายนายทักษิณยังคงชนะเลือกตั้งในปี 2550 และปี 2554 จนกระทั่งทหารเข้ายึดอำนาจในปี 2557 และพยายามย้อนเวลากลับสู่ระบอบทหารโดยพฤตินัย

บทบรรณาธิการกล่าวว่า ระบอบทหารภายหลังการเลือกตั้งจะไม่สามารถปิดบังความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคและความแตกแยกระหว่างชนชั้น ซึ่งให้กำเนิดแก่ประชานิยมในแบบฉบับของนายทักษิณ สิ่งที่ทำให้ประชาธิปไตยของไทยมีอายุสั้นคือ คนฝ่ายหนึ่งไม่เคารพในอาณัติที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งได้รับมอบจากประชาชน

สำหรับทางออกของปัญหาการเมืองไทยนั้น อีสต์ เอเชีย ฟอรัม เสนอว่า ประชาชนต้องสามารถใช้สิทธิ์เลือกผู้นำได้ภายใต้การจัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม อาณัติในการปกครองของพรรคที่ชนะเลือกตั้งต้องได้รับการเคารพ ถ้ารัฐบาลใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย หน่วยงานอิสระและภาคประชาสังคมต้องเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิด

“ทหาร พรรคการเมือง และนักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านประชาธิปไตย ซึ่งออกบัตรเชิญรัฐประหารเมื่อปี 2557 ต้องตัดสินใจว่า อะไรสำคัญกว่ากัน กำจัดอิทธิพลของนายทักษิณโดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียใดๆ ทั้งสิ้น หรือว่าเปิดทางแก่ระบบการเมืองที่เป็นธรรม เปิดกว้าง และมีการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมสมัยใหม่และหลากหลายอย่างประเทศไทย เป็นระบบชนิดเดียวที่วางรากฐานแก่สันติภาพถาวรในทางการเมือง” บทบรรณาธิการทิ้งท้ายด้วยคำถาม.

ภาพ: AFP