ไม่พบผลการค้นหา
พรรคเพื่อไทยไม่เคยลืมคนรากหญ้า! 'ยศชนัน' ปราศรัยบึงกาฬ ขอเลือกเพื่อไทยทั้งจังหวัด อาสาเป็นนายกฯ ล้างหนี้ประชาชน-พักหนี้เกษตรกร ดูแลราคาข้าว-ยางพารา ย้ำได้กำไรแน่ๆ ด้วยประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% พร้อมยินดีศาลรัฐธรรมนูญชี้ 'ภูมิธรรม' พ้นมลทินแทรกแซง คดี ฮั้ว สว.

วันนี้ (21 มกราคม 2569) เวลา 19.40 น. พรรคเพื่อไทยยกทัพใหญ่เปิดเวทีปราศรัยหาเสียง จ.บึงกาฬ ณ โรงเรียนพรเจริญวิทยา อำเภอพรเจริญ มีประชาชนหลายพันคนเดินทางมาปักหลักรอรับฟังนโยบายและต้อนรับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กันอย่างเนืองแน่นแม้จะเป็นช่วงเวลาค่ำมืดแล้วก็ตาม โดยทันทีที่ ศ.ดร.ยศชนัน เดินทางมาถึงได้ทักทายประชาชนจากด้านหลังเวที ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นมวลชนกรูเข้าไปห้อมล้อมขอถ่ายจับมือ และขอถ่ายรูป

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เริ่มปราศรัยโดยกล่าวทักทายพี่น้องชาวบึงกาฬด้วยความเคารพ พร้อมประกาศว่า “บึงกาฬแดงทั้งแผ่นดิน” และ “ขอเป็นคนบึงกาฬและอยากจะอยู่ที่นี่นานๆ เพราะสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เชื่อมโยงกันของคนในพื้นที่และพรรคเพื่อไทย” และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้งทั่วไป แต่คือ “วันแห่งความหวังของพ่อแม่พี่น้องประชาชน” ซึ่งยศชนันมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมที่จะนำเอาความไว้วางใจที่ได้รับมา “เปลี่ยนความฝันความหวังของพ่อแม่พี่น้องให้กลายเป็นความจริง” ให้จงได้

ศ.ดร.ยศชนัน ได้แสดงความยินดีกับนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี ที่รอดพ้นคดีที่ประธานวุฒิสภายื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยปมแทรกแซง คดี ฮั้ว สว. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า 'ไม่มีความผิด' ศ.ดร.ยศชนันระบุว่า 'วันนี้เป็นข่าวดีที่ท่านภูมิธรรมพ้นคดีดังกล่าว และได้เชิญชวนพี่น้องประชาชน ปรบมือให้กำลังใจวีรบุรุษประชาธิปไตยคนนี้'

ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำนโยบายเร่งด่วนที่ได้รวบรวมมาจากความต้องการของคนในพื้นที่ คือ เรื่องปัญหาหนี้สินที่กัดกินชีวิตประชาชน โดยยืนยันว่าเรื่องหนี้สินนี้ “ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่พี่น้อง แต่จะเป็นความรับผิดชอบของผม ที่จะต้องเข้ามาดูแลจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่หนี้เสีย หนี้ในระบบ ไปจนถึงหนี้นอกระบบที่สร้างความไม่ปลอดภัย โดยจะมีนโยบายการปล่อยสินเชื่อภาครัฐเข้ามาช่วยเยียวยา พร้อมทั้งสานต่อการพักชำระหนี้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวคิดการบริหารจัดการต้นน้ำด้านอาหารด้วยการ “ประกันกำไร 30% ให้กับเกษตรกร” เพื่อให้คนทำงานหนักมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย หรือข้าวโพด ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่มีวันลืมรากหญ้าที่เป็นจุดกำเนิดของพรรคอย่างแน่นอน

ปัญหายาเสพติดเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ประกาศบนเวทีว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะทำ “สงครามต่อกับยาเสพติด ไม่หมดไม่เลิก ไม่หมดไม่เลิก” โดยมีแผนปฏิบัติการสแกนทุกหมู่บ้านภายใน 3 เดือน เพื่อแยกผู้เสพออกมารักษาสร้างอาชีพในศูนย์บำบัด และส่งคืนลูกหลานที่สะอาดกลับสู่ครอบครัวอีกครั้ง ส่วนในมุมของกลุ่มผู้ผลิตและผู้ค้าที่ทำลายอนาคตของชาติ เขาขู่สำทับว่าหากใครหนีไปต่างประเทศตัวเขาเองจะ “ตามไปหาเอง” เพื่อกวาดล้างให้สิ้นซากและคืนความสงบสุขให้ชายแดนบึงกาฬอย่างถูกกฎหมาย

ด้านสาธารณสุขและการศึกษา ศ.ดร.ยศชนัน เสนอวิวัฒนาการจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค มาสู่ยุค นโยบาย 30 บาท AI ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ของประชาชนทั่วประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อให้ไม่ว่าจะไปรักษาที่ไหนข้อมูลก็จะเชื่อมถึงกันหมด ช่วยลดช่องว่างการขาดแคลนหมอเก่งในพื้นที่ห่างไกล ให้คนบึงกาฬเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับคนในเมืองใหญ่ ควบคู่ไปกับนโยบายด้านการศึกษาที่เน้นย้ำว่าเด็กบึงกาฬต้องได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุดและตรงตามความต้องการของตนเอง

ศ.ดร.ยศชนัน ฝากความหวังไว้กับตัวแทนของพรรคทั้ง 3 เขต เพื่อให้เข้าไปทำงานร่วมกับเขาในสภาฯ โดยย้ำว่า การจะเข้าไปทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างสมบูรณ์นั้น จำเป็นต้องได้รับพลังสนับสนุนอย่างท่วมท้นทั้งจาก สส. เขต และคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

สำหรับ ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย บึงกาฬ ทั้ง 3 เขต ได้แก่

- ว่าที่ร้อยตรีภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 2

- นางสาวมลฤดี จันทร์แดง ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 2

- นายนิพนธ์ คนขยัน ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 2