เป็นเรื่องปกติที่คนรุ่นใหม่จะใช้สื่อใหม่อย่างโซเชียลมีเดียในการรับข่าวสาร แต่สถิติล่าสุดชี้ว่า ผู้คนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่สื่อเก่าค่อนข้างแข็งแกร่ง กลับเลือกที่จะเสพข่าวจากโซเชียลมีเดียมากกว่าสิ่งพิมพ์เป็นครั้งแรก
Pew Research Center หน่วยงานวิจัยไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐฯ เผยสถิติว่าผู้ใหญ่ 1 ใน 5 คน หรือราว 20% ระบุว่ารับข่าวสารจากโซเชียลมีเดียเป็นประจำ ซึ่งสูงกว่าจำนวนผู้ที่ระบุว่ารับข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ ที่มีอยู่ 16 % ถือเป็นครั้งแรกที่ชาวอเมริกันเลือกเสพข่าวโซเชียลมากกว่าสิ่งพิมพ์ เท่าที่ Pew Research Center เคยมีการเก็บข้อมูลมา โดยที่เมื่อปีที่แล้ว สัดส่วนของทั้งสองกลุ่มยังเท่ากันอยู่
ทั้งนี้ แม้สื่อสิ่งพิมพ์ในสหรัฐฯ จะยังคงเป็นหนึ่งในช่องทางหลักในการรับข่าวสารของประชาชน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยมาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ต้องลดจำนวนตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ลด เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม การรับข่าวสารจากสื่อเก่าที่ยังได้รับความสนใจก็คือ โทรทัศน์ แม้จะมีผู้ชมโทรทัศน์ลดลงตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมาก็ตาม
เมื่อพิจารณาจากสื่อที่ได้รับความนิยมทั้งหมด จะพบว่ารองจากโทรทัศน์และเว็บไซต์ข่าวแล้ว ชาวอเมริกันยังเลือกเสพข่าวสารจากวิทยุมากเป็นลำดับที่ 3 ตามด้วยโซเชียลมีเดีย และสิ่งพิมพ์ ซึ่งหากรวมการรับข่าวสารผ่านทางออนไลน์ทั้งหมดแล้ว จะมีสัดส่วนเกือบเท่ากับการรับชมข่าวจากโทรทัศน์ ที่ 43% ต่อ 49% ด้วย
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากประเภทของช่องข่าวที่ชาวอเมริกันรับชมจะพบว่า ส่วนใหญ่เลือกรับชมช่องท้องถิ่น ที่ 37% รองลงมาคือ เคเบิลทีวี หรือ ช่องที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 30% และ 25% รับชมข่าวจากรายการข่าวช่วงเย็นของช่องหลัก ซึ่งที่น่าสนใจคือในปีนี้ เริ่มพบผู้ที่สตรีมข่าวจากช่องทางออนไลน์เพื่อรับชมทางโทรทัศน์ด้วย และผู้ชมกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังระบุว่า รับข่าวสารทั้งจากการสตรีม และช่องหลักหรือเคเบิลทีวีไปพร้อม ๆ กันด้วย เท่ากับว่า ผู้ชมที่เข้าถึงหรือเชี่ยวชาญสื่อแบบใหม่ก็ยังสนใจสื่อเก่าด้วยในระดับหนึ่ง
ทั้งนี้ ชาวอเมริกันรุ่นใหม่และผู้สูงอายุ มีพฤติกรรมการรับข่าวสารแตกต่างกันมาก โดยผู้ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป รับข่าวสารทางโทรทัศน์มากกว่าคนในช่วงอายุ 18 ถึง 29 ปี ถึง 5 เท่า ขณะที่กลับกัน กลุ่ม 18 ถึง 29 ปี รับข่าวสารทางโซเชียลมีเดียมากกว่าคนอายุเกิน 65 ปี ถึง 4 เท่าด้วยกัน ขณะที่ สื่อสิ่งพิมพ์เป็นที่นิยมแต่กับผู้สูงอายุเท่านั้น
รายงานจาก Pew Research Center ยังระบุด้วยว่า ชาวอเมริกันรุ่นใหม่มีความโดดเด่นในการเสพข่าว โดยจะไม่ยึดถือแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เหมือนอย่างที่ผู้สูงอายุเชื่อถือข่าวจากโทรทัศน์
ย้อนกลับไปที่ความนิยมในสื่อสิ่งพิมพ์ที่ดูจะเสื่อมความนิยมลงทั่วโลก แต่รายงานจาก World Economic Forum ชี้ว่า ประเทศหนึ่งที่อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ยังเติบโตได้ดีก็คือ อินเดีย ที่ปัจจุบันมีจำนวนหนังสือพิมพ์จำหน่ายรวมมากที่สุดในโลก โดยช่วงปี 2013 ถึง 2015 ตัวเลขการเติบโตพุ่งขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับในสหรัฐฯ ที่ในช่วงเวลาเดียวกัน มีหนังสือพิมพ์ปิดทำการลงถึง 50 แห่ง
ขณะที่ อีกประเทศที่สื่อสื่อพิมพ์เฟื่องฟูและมีหนังสือพิมพ์ตีพิมพ์มากที่สุด 2 อันดับ คือ ญี่ปุ่น โดย Yomiuri Shimbun มีจำนวนตีพิมพ์มากที่สุดในโลก รองลงมาคือ Asahi Shimbun เพราะฉะนั้น จึงอาจสรุปได้ว่าชาวญี่ปุ่นยังคงเชื่อถือสื่อพิมพ์อยู่ พอกับชาวอินเดีย
ในยุคที่สื่อหลักเริ่มหันไปจับตลาดออนไลน์กันเยอะขึ้น และสื่อใหม่จำนวนมากก็เกิดขึ้นโดยที่เริ่มจากการเป็นบริษัทเล็ก ที่มีทีมข่าวไม่กี่คน ก็น่าสนใจว่าจำนวนผู้รับข่าวสารทางโซเชียลจะปรับเปลี่ยนไปมากขนาดไหนและจะมีสื่อเก่ากี่รายที่ยังคงได้รับความนิยมต่อ ในช่วงไม่กี่ปีหลังจากนี้