ไม่พบผลการค้นหา
บขส.เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงวันหยุดยาว 10-13 ธ.ค. นี้ จัดรถโดยสารวันละ 5,000 – 6,000 เที่ยว พร้อมย้ำใช้มาตรการเข้ป้องกันโควิด-19 สร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร ด้าน ขสมก. จัดรถเมล์ 2,766 คัน 21,819 เที่ยวรองรับ

มาโนช สายชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้หยุดยาว 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-13 ธ.ค. 2563 นั้น ในส่วนของ บขส. ได้เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทาง โดยจัดรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) รวมกว่า 5,000-6,000 เที่ยว รองรับผู้โดยสารที่ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร, ถนนบรมราชชนนี, เอกมัย) ได้ประมาณวันละ 100,000 คน โดย บขส. ได้นำตัวเลขผู้โดยสารในช่วงวันหยุดก่อนหน้านี้มาเปรียบเทียบทำให้ประเมินว่า ในช่วงวันหยุดที่จะถึงนี้ จะมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณวันละ 65,000 – 70,000 คน โดยประชาชนน่าจะรอเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะใกล้ถึงนี้มากกว่า

นอกจากนี้ บขส. ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID – 19 อย่างใกล้ชิด มอบหมายให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และนายสถานีเดินรถทุกแห่งทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการความเข้มงวดในเรื่องการทำความสะอาดภายในบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ทั้ง 3 แห่ง (จตุจักร, ถนนบรมราชชนนี, เอกมัย) ซึ่งเป็นสถานีขนส่งหลักที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ทั้งนี้ บขส.มีมาตรการรักษาความสะอาด และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 เช่น เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ใช้แอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดทำความสะอาดพื้นอาคาร เก้าอี้พักคอยผู้โดยสาร เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว บริเวณห้องโถงผู้โดยสาร ห้องสุขา รถเข็น และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ต่าง ๆ โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง เช่น เคาน์เตอร์บริการ ที่จับราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ได้ติดตั้งจุดให้บริการ เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค ภายในสถานี และที่ทำการของ บขส.ทุกแห่ง พร้อมกำชับพนักงาน บขส. และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือขณะปฏิบัติหน้าที่ , จัดเจ้าหน้าที่ สังเกตการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาด ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบผู้มีอาการผิดปกติให้ดำเนินการช่วยเหลือ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกหลักอนามัย และเน้นย้ำให้พนักงาน บขส. ทุกคน ต้องหมั่นตรวจสุขภาพตนเองอยู่เสมอ หากพบมีอาการผิดปกติ ให้รีบแจ้งผู้บังคับบัญชา และพบแพทย์ทันที

ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการรถร่วมฯ และ รถตู้โดยสาร ให้ช่วยกันดูแลทำความสะอาดรถโดยสาร และดูแลสุขอนามัยของพนักงานประจำรถ และรายงานสถานการณ์ และการดำเนินงานในพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร ต่อกระทรวงคมนาคม เป็นประจำทุกวัน

อย่างไรก็ดี หากผู้โดยสารมีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ บขส. หรือบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ทันที และขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ขณะใช้บริการที่สถานีขนส่ง และบนรถโดยสารตลอดการเดินทางรวมทั้งให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะหรือแพลตฟอร์มไทยชนะทุกครั้งที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะและที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร


ขสมก. จัดรถเมล์ 2,766 คัน รองรับการเดินทางปชช.

สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ได้จัดแผนเดินรถ ตั้งแต่วันที่ 9-13 ธ.ค. 2563 ดังนี้

1.เส้นทางปกติ จัดรถโดยสาร (รถเมล์) ออกวิ่งวันละ 2,766 คัน จำนวน 21,819 เที่ยว

2.จัดเดินรถแอร์พอร์ตบัสเชื่อมต่อท่าอากาศยาน 5 เส้นทาง ดังนี้ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร วันละ 20 คัน, สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันละ 15 คัน, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี วันละ 10 คัน, สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง วันละ 10 คัน และ สาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง วันละ 8 คัน

3.จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ 4 สถานี 34 เส้นทาง ประกอบด้วย สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักรหรือหมอชิต 2) 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536, สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556, สถานีขนส่งเอกมัย 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511 และ สถานีรถไฟหัวลำโพง 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 7, 21, 25, 34, 73, 73ก และ 501

ทั้งนี้ ต้องกำกับดูแลพนักงานขับรถโดยสารให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้พนักงานเก็บค่าโดยสาร คอยดูแลการขึ้น-ลงของผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด ตรวจวัดแอลกอฮอล์ความดันโลหิตและอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้งก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่ กำชับพนักงานสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถ ให้พนักงานขับรถตรวจสอบความพร้อมรถและอุปกรณ์ส่วนควบก่อนนำรถออกให้บริการ