ไม่พบผลการค้นหา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27 ก.ค.) อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ออกมาเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีการดำเนินการที่เด็ดขาดทันที ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกูเตอร์เรสกล่าวว่า อุณหภูมิในเดือน ก.ค. ทำลายสถิติสูงสุดเดิมไปแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโลกได้ผ่านจากช่วงโลกร้อนไปสู่ "ยุคแห่งโลกเดือด" แล้ว

ปัจจุบันนี้ โลกกำลังประสบกับคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมซีกโลกเหนือ รวมถึงบางส่วนของยุโรปและอเมริกา ยังมีการพบอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟป่ารุนแรงในประเทศต่างๆ เช่น กรีซ อิตาลี และแอลจีเรีย ตามแนวทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

กูเตอร์เรสกล่าวถึงความร้อนระอุทั่วซีกโลกเหนือว่าเป็น “ฤดูร้อนที่โหดร้าย” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “สำหรับทั้งโลก มันคือหายนะ” กูเตอร์เรสยังย้ำอีกว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ที่นี่แล้ว มันน่ากลัวมาก และมันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยุคโลกร้อนสิ้นสุดลงแล้ว ยุคโลกเดือดมาถึงแล้ว”

ตามข้อมูล ERA5 จาก Copernicus Climate Change Service ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ระบุว่า ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. กลายเป็นช่วงเวลา 3 สัปดาห์ที่อบอุ่นที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเดือนนี้กำลังจะเป็นเดือน ก.ค. ที่ร้อนที่สุด และเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ครบถ้วนของ ERA5 ประจำเดือน ก.ค. จะได้รับการเผยแพร่ในวันที่ 8 ส.ค. ทั้งนี้ เดือนที่ร้อนที่สุดจากการบันทึกก่อนหน้านี้ คือเดือน ก.ค.ในปี 2562

กูเตอร์เรสกล่าวว่า ผลกระทบขั้นรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสอดคล้องกับ “การคาดการณ์และคำเตือนซ้ำๆ” ของนักวิทยาศาสตร์ พร้อมกันนี้ เลขาธิการสหประชาชาติระบุเสริมว่า “สิ่งเดียวที่น่าประหลาดใจคือความเร็วของการเปลี่ยนแปลง” เมื่อเผชิญกับผลที่ตามมา "อันน่าสลดใจ" โดยกูเตอร์เรสเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ด้วยการมุ่งเป้าหมายการจัดการอีกครั้งไปยังภาคส่วนเชื้อเพลิงฟอสซิล

“อากาศเช่นนี้หายใจเข้าไปไม่ได้ ความร้อนเหลือทน และระดับของผลกำไรจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและการเพิกเฉยต่อสภาพอากาศเป็นสิ่งที่รับไม่ได้” กูเตอร์เรสกล่าว “ผู้นำต้องขึ้นมาเป็นผู้นำ” พร้อมกล่าวย้ำว่า “ไม่ลังเลอีกต่อไป ไม่มีข้อแก้ตัวอีกต่อไป ไม่ต้องรอให้คนอื่นขยับก่อนอีกต่อไป”

ก่อนการประชุม Climate Ambition Summit ที่กูเตอร์เรสจะเป็นเจ้าภาพในเดือน ก.ย. เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว มุ่งมั่นที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ให้ใกล้เคียงกับปี 2583 มากที่สุด และสำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ให้เข้าใกล้เป้าหมายปี 2593 มากที่สุด “การทำลายล้าง” ที่มนุษยชาติปลดปล่อยออกมา “ต้องไม่กระตุ้นให้เกิดความสิ้นหวัง แต่ควรลงมือทำ” กูเตอร์เรสกล่าว พร้อมเตือนว่าเพื่อป้องกันผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดต่อมนุษยชาติ “ต้องเปลี่ยนปีแห่งความร้อนที่แผดเผา ให้เป็นปีแห่งความทะเยอทะยานที่แผดเผา”

สภาพอากาศที่รุนแรงตลอดเดือน ก.ค. ส่งผลให้เกิดความหายนะไปทั่วโลก ทั้งนี้ มีรายงานการพบอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นสูงจนทำลายสถิติเดิมในจีน สหรัฐฯ และยุโรปใต้ ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟป่า การขาดแคลนน้ำ และการเจ็บป่วยจากความร้อน ตลอดจนการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

ตามรายงานข่าวของอิตาลี บนเกาะซิซิลีของอิตาลีมีรายงานพบประชาชน 2 คน ถูกพบเสียชีวิตในวันอังคาร (25 ก.ค.) ในบ้านที่ถูกไฟป่าเผา ซึ่งไฟป่านั้นเองส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดสนามบินนานาชาติของปาแลร์โมชั่วคราว ในขณะที่แอลจีเรียพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ราย และอีกหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่บางส่วนของยุโรป เนื่องจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ขนาดใหญ่ ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและภูมิภาคอื่นๆ

ในกรีซ มีรายงานการพบไฟที่ลุกไหม้บนเกาะโรดส์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศ โดยประชาชนกว่า 20,000 คนถูกบังคับให้ออกจากบ้านและโรงแรมอย่างกระทันหัน


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2023/7/27/un-chief-says-earth-in-era-of-global-boiling-calls-for-radical-action?fbclid=IwAR3ZRo_2bKyQ56eGScb5EZy5lanPhxnpOs5muDlrLtu3Qpn8Rb_2n7LRBsw