นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ 'โควิด 19' ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้ติดตามมาตรการทั้ง 6 ด้าน ที่รัฐบาลได้ประกาศและดำเนินการไป ซึ่งพบว่ามีการติดตามตัวผู้ที่ถูกกักตัวที่บ้าน ในพื้นที่ต่างจังหวัด นอกจากนี้มีทีมผู้ดูแลกว่า 80,000 ทีม ที่เข้าไปดูแลสุขภาพประชาชน รวมถึงมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสถานประกอบการต่างๆ ว่าดำเนินการปิด ตามประกาศของรัฐบาลหรือไม่ แต่ในส่วนมาตรการทำงานเหลื่อมเวลา และทำงานในและนอกสถานที่ตั้ง
นายธีรภัทร กล่าวว่า ส่วนของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือ กับสำนักงาน ก.พ. กระทรวงดิจิทัลและเศรษฐกิจเพื่อสังคม (ดีอีเอส) ในการออกขั้นตอนและแนวทางปฎิบัติการทำงานนอกสถานที่ ซึ่งในวันที่ 25 มี.ค.นี้ สำนักงาน ก.พ. จะมีแนวทางปฎิบัติออกมาให้ชัดเจน รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส จะให้คำแนะนำ ในการรับส่งเอกสารทางราชการ รวมถึงการประชุมผ่านระบบทางไกล และใช้เทคโนโลยี เข้ามาเสริมการทำงาน ทั้งนี้มีบางหน่วยงานเริ่มทดสอบการทำงานบ้างแล้ว แต่เพื่อความชัดเจนและมีประสิทธิภาพจะมีการชี้แจงขั้นตอนให้รับทราบ ภายในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงาน ก.พ. มีหลักเกณฑ์ว่า แม้จะทำงานนอกสถานที่ แต่ประสิทธิภาพ การบริการประชาชน จะต้องไม่ลดลง คำนึงด้านสาธารณสุขให้มากที่สุด การทำงานต้องมีความสมดุลในหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะการบริการประชาชน ต้องไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนงานบริการด้านสาธารณสุข ก็ยังต้องดำเนินการตามปกติ เช่นเดียวกับฝ่ายความมั่นคง ที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ก็จะมีการหมุนเวียนดูแลกัน
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของข้อร้องเรียนและข้อสอบถามประชาชนที่โทรมายังสายด่วน 1111 พบว่า มีทั้งข้อเสนอแนะ และสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางกลับเข้าประเทศ ซึ่งข้อเสนอแนะทั้งหมด ทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะรวบรวมส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปพิจารณาแก้ไขต่อไป