พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาบ้านเมืองสงบ 4 ปี พวกเราลืมไปหรือยัง ขณะนี้การลงทุนต่างประเทศดีขึ้น โดยไม่ต้องรอรัฐบาลข้างหน้า ซึ่งเวลาเดินทางไปไหนทุกประเทศก็พร้อมลงทุน หากล้มตอนนี้และไม่รู้เริ่มต้นใหม่เมื่อไหร่ และต่างประเทศชื่นชมถึงการเป็นหนึ่งเดียวของคนไทย ในกรณีช่วยเด็กและผู้ช่วยโค้ชทั้ง 13 คน ที่ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยไม่ต้องโฆษณาเพราะเป็นเรื่องจริง เพราะถือว่าเป็นหนึ่งเดียวแบบเอกภาพ เหตุใดจึงไม่อยากเป็นเอกภาพเพื่อสานฝันประเทศ และที่ผ่านมามีใครเคยพูดแบบนี้หรือไม่ ซึ่งประชาธิปไตยนับถือเป็นสิ่งที่ไม่ผูกขาด เพราะเป็นตามกฎหมาย และกลไกลของโลก
ดังนั้นเราต้องเข้มแข็งและอย่าหยุดเข้มแข็ง แต่พยายามต้องการความช่วยเหลือตลอดเวลาจนไม่สามารถลืมตาอ้างปากได้ เพราะประเทศต้องเดินหน้าหลายกลุ่มหลายฝ่าย เหมือนกับประชาธิปไตยที่ล้มเอียนไปมาจึงต้องตั้งให้ตรง และอย่ามองแบบตะวันตกเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเขาเคยเจออะไรมากบ้าง และเจอมามากกว่าเรา และลดความขัดแย้งมากที่สุด แต่เรากลับสร้างความขัดแย้งกันเอง หรืออาจจะมีความสุขมากไป ดังนั้นขออย่าให้ถึงเวลาแบบนี้ค่อยมาร่วมมือร่วมใจกันเท่านั้น แต่ต้องร่วมมือกันแต่วันนี้ในช่วงที่มีความสงบสุข ไม่ใช่นั้นจะเดินหน้าไปไม่ได้
นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันรัฐบาลต้องระมัดระวังทุกอย่าง พร้อมฝากนักการเมืองระมัดระวังการหาเสียง และตนเองพูดถึงเรื่องประเทศเท่านั้นไม่ใช่การเมือง แต่ทำอย่างไรให้เข้มแข็งใน 20 ปีข้างหน้า ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นำเงินจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้ แต่นำกลับไปท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นเกิดความเข้มแข็ง และต้องใช้คุ้มค่า หากประชาชนไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม รัฐบาลจะเอาเงินมาจากที่ไหนมาทำงาน
"รัฐบาลไม่ใช่ผู้อิทธิพลไปเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากประชาชน เพราะไม่เคยสั่งไปเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมาให้คนตนเอง และไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทกับตนเอง มาขออะไรพิเศษไม่ได้ และครอบครัวไม่ได้สิทธิพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น และตนเองจะทำแบบนั้นได้อย่างไร เพราะทำเพื่อประเทศมาโดยตลอด จึงขอให้ประขาชนทุกคนเชื่อมั่น"
ทั้งนี้ขอประชาชนอย่าสนใจเรื่องกระพี้ เพราะไม่ทำให้ประเทศดีขึ้น และเป็นการหาแก่นแท้ไม่เจอเลยซักเรื่อง เพราะแก่นแท้นั้นทุกอย่างทุกเรื่อง ทั้งการเมือง ประชาธิปไตย การเลือกตั้ง และเรื่องเศรษฐกิจ